World-life

วิทยาศาสตร์ กับ แฮร์รี่พอตเตอร์
The image http://www.karlskogabio.nu/posters/Harry%20Potter%20and%20the%20Goblet%20of%20Fire_ver2.jpg cannot be displayed, because it contains errors.

แฮร์รี่ พอตเตอร์เป็นเรื่องราวการผจญภัยของพ่อมดน้อย โดยที่ในตอนแรก(และฉบับภาพยนตร์)ก็กล่าวถึงช่วงเวลาที่แฮร์รี่ พอตเตอร์เข้าสู่โรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ เพื่อเรียนเวทมนตร์และศาสตร์อื่นๆ

ผู้คนจำนวนไม่น้อยในยุคนี้อันเป็นยุคที่วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีเฟื่องฟูก็มักจะนึกไปเอง โดยอัตโนมัติว่าเป็นเรื่องของไสยศาสตร์ที่พิสูจน์ไม่ได้และงมงาย ในขณะที่อีกหลายคนก็อยากจะจัดให้แฮร์รี่ พอตเตอร์อยู่ในหมวดของนิยายวิทยาศาสตร์แนวแฟนตาซีด้วยซ้ำไป จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจที่หากเราจะลองใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ ในปัจจุบันมาอธิบายเรื่องราวต่างๆ ในหนังสือและภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว

มารู้จักกับอีกแง่มุมหนึ่งของแฮร์รี่ พอตเตอร์ แง่มุมที่คนพูดถึงกันน้อยมากนั่นก็คือ เราจะมาวิเคราะห์เกี่ยวกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ในแง่มุมทาง วิทยาศาสตร์ กัน


ชานชาลาหมายเลขเก้าเศษสามส่วนสี่

เด็กนักเรียนทุกคนที่จะเดินทางมาที่โรงเรียนสอนพ่อมดและแม่มดฮอกวอตส์ จะต้องมาจับรถไฟขบวนพิเศษที่ชื่อ รถด่วนฮอกวอตส์ ที่สถานีคิงส์ครอสซึ่งก็ไม่น่าจะประหลาดอะไร แต่ปัญหาที่เด็กๆ แต่ละคนต้องไขให้ได้ก็คือ ชานชาลาที่รถด่วนขบวนดังกล่าวจะจอดซึ่งมีหมายเลข เก้าเศษสามส่วนสี่ นั้นอยู่ที่ใดกันเแน่!

ในโลกแห่งความเป็นจริงมีชานชาลาลับที่เปิดแบบผลุบๆ โผล่ๆ ด้วยวิธีการเฉพาะแบบชานชาลาที่เก้าเศษสามส่วนสี่บ้างหรือไม่? คำตอบคือ มีครับ แถมบางอันยังใช้งานอยู่ด้วยซ้ำไป
 

หนังสือชื่อ Londons Disused Underground Stations ของเจ. อี. คอนเนอร์ ระบุว่า ครั้งหนึ่งเคยมีชาน-ชาลาที่เคลื่อนที่ได้อยู่ที่สถานีวู้ดเลนที่ขณะนี้เลิกใช้งานไปแล้ว ชานชาลาพิเศษที่ว่านี้มีขนาดยาว 12 เมตรและกว้าง 2 เมตร สามารถเปิดปิดได้บ่อยถึง 120 ครั้งในแต่ละวัน ชานชาลาที่ว่านี้ทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อรองรับขบวนรถไฟที่ยาวเจ็ดตู้ที่ จะเข้าจอดที่ชานชาลาหมายเลข 1 และเมื่อรถไฟออกไปแล้ว ชานชาลาดังกล่าวก็จะหมุนเก็บหายไปได้ผ่านการบังคับด้วยอุปกรณ์ในกล่องบังคับพิเศษ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ชานชาลาที่ว่าก็อาจจะนับได้ว่าเป็นชานชาลาที่หนึ่งเศษสามส่วนสี่ ก็ได้กระมังครับ!

 
เสกของให้บินได้

วิชาหนึ่งที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ต้องเรียนในปีแรกที่ฮอกวอตส์ก็คือ วิชาเสกของให้บินได้ โดยการท่องคาถา วิงการ์เดียม เลวีโอซ่า

ในโลกแห่งความเป็นจริง คนที่ได้มีโอกาสอยู่ที่ห้องทดลองที่มหาวิทยาลัยนิจเมเจนในฮอลแลนด์เมื่อสี่ปีก่อน ก็คงจะตื่นเต้นไม่แพ้กันสักเท่าไหร่ เพราะนักวิทยาศาสตร์ที่นั่นได้ทำการทดลอง เสกกบให้ลอยได้ ด้วยสนามแม่เหล็กเป็นครั้งแรกของโลก
 

หลักการที่นักฟิสิกส์ใช้ก็คือ ความจริงที่ว่าไม่เพียงแต่โลหะเท่านั้นที่ตอบสนองต่อสนามแม่เหล็ก สสารแทบจะทุกอย่างก็ตอบสนองต่อสนามแม่เหล็กเช่นกันไม่เว้นแม้แต่น้ำ (แม้ว่าจะตอบสนองน้อยมากเหลือเกิน) อย่างเช่น การจะยกกบสักตัวให้ลอยตัวได้ก็ต้องใช้สนาม แม่เหล็กที่มีขนาดแรงกว่าแม่เหล็กของตู้เย็นราว 200 เท่าเป็นอย่างน้อย เพื่อสร้างภาวะที่เรียกว่า ไดอะแมกเนติซึม (diamagnetism) อันเป็นสภาวะคล้ายคลึงกับสภาวะไร้น้ำหนักที่เกิดกับนักบินอวกาศนั่นเอง

ไม้กวาดเหาะได้

ไม้กวาดนิมบัส 2000 ที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ใช้ขี่เล่นควิดดิชนั้นสามารถลอยตัวในอากาศ แล่นขึ้นลงในแนวดิ่ง ปักหัวโฉบลงมาอย่างรวดเร็ว หรือแม้แต่บินถอยหลังก็ยังได้ผ่านการบังคับด้วยการสัมผัสเพียงเบาๆ เท่านั้น

เมื่อพิจารณาดูคุณลักษณะต่างๆ ของไม้กวาดนิมบัส 2000 แล้วก็ชวนให้นึกถึงเครื่องบินไอพ่นซีแฮริเออร์หรือเรียกย่อๆ ว่าแฮริเออร์(คล้ายชื่อของแฮร์รี่เลย) เครื่องบินดังกล่าวสามารถขึ้นลงได้ในแนวดิ่งด้วยระบบไอพ่น นอกจากนี้ยังสามารถลอยตัวอยู่กับที่ บินโฉบลงมาในแบบที่เครื่องบินทั่วไปไม่สามารถจะทำได้ และ สามารถแม้แต่บินถอยหลังก็ได้!

 
ยาสมานกระดูกสเคเล-โกร

ควิดดิช กีฬายอดฮิตอันดับหนึ่งของเหล่าพ่อมดแม่มด ควิดดิชอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุต่อผู้เล่นได้ง่ายมากโดยเฉพาะกรณีของ กระดูกหักที่เกิดขึ้นได้บ่อยกว่าอุบัติเหตุอย่างอื่น และเราก็ได้รู้จากเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ว่าสิ่งที่จำเป็นสำหรับซ่อมแซมกระดูกที่หักหรือสร้างกระดูกใหม่ ของเหล่านักกีฬาควิดดิชก็คือ ยาปลูกกระดูกสเคเล-โกร หนึ่งถ้วยเท่านั้น)

ในปัจจุบัน สิ่งที่เทียบเคียงได้ใกล้สเคเล-โกรมากที่สุดน่าจะได้แก่ สารไบโอแอกทีฟชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่คล้ายกระดูกเทียม เมื่อผ่าตัดใส่วัสดุดังกล่าวเข้าสู่ร่างกาย มันจะทำหน้าที่เป็นโครงสำหรับให้เซลล์กระดูกยึดเกาะและ จะสลายตัวไปเองภายในเวลาสองสามเดือน

ธนาคารกริงกอตส์

ระบบรักษาความปลอดภัยที่ธนาคารกริงกอตส์นอกจากจะใช้เวทมนตร์แล้วห้องนิรภัย ของธนาคารยังได้รับการออกแบบให้เปิดปิดได้ด้วยนิ้วยาวๆ ของพวก ก๊อบลิน เท่านั้นอีกต่างหาก

อันที่จริงเทคโนโลยีการจำแนกแยกแยะบุคคลเป็นวิทยาศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่มีความเติบโตรวดเร็วมาก การตรวจสอบดังกล่าวมีได้หลายวิธีการ และจำนวนวิธีการก็ดูเหมือนว่าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ที่สนามบินฮีทโทรว์ของอังกฤษก็เริ่มนำระบบตรวจสอบม่านตามาใช้ในปีนี้เอง นอกจากใช้วิธีวัดลักษณะต่างๆ กันทางกายภาพ นักวิทยาศาสตร์บางคนยังได้มีความพยายาม ที่จะคิดค้นวิธีจำแนกบุคคลด้วยลักษณะทางชีวภาพอย่าง กลิ่นตัว อีกด้วย
 
วิชาปรุงยากับต้นไม้ประหลาด

ผลจากการร่ำเรียนวิชาปรุงยากับต้นไม้ประหลาดทำให้ เฮอร์ไมโอนี่แม่มดสาวน้อยได้มีโอกาสช่วยชีวิตของแฮร์รี่ พอตเตอร์และเพื่อนอีกคนที่ชื่อรอน ในตอนที่ทั้งสามคนโดน ต้นกับดักมาร ที่มีลักษณะเป็นเถาไม้เลื้อยเล่นงานในตอนท้ายเรื่อง(ของเล่มแรก)

ในโลกจริง จะว่ามีต้นไม้คล้ายๆ ต้นกับดักมารก็ไม่เชิงทีเดียว เพราะว่าต้นสเตรนเกลอร์ฟิก มีเหยื่อของมันเป็นพืชด้วยกันเอง มันเติบโตบนต้นไม้อื่นคล้ายพืชจำพวกกาฝาก โดยจะเติบโตและแผ่กิ่งก้านยืดยาวลงสู่ดินเพื่อสร้าง ราก ของมันเอง ในขณะเดียวกันมันก็จะห่อหุ้มและบีบรัดต้นไม้ที่เป็นเจ้าบ้านเดิมพร้อมกันกับไปกับแย่งชิง ความชื้นกับสารอาหารต่างๆ ผลก็คือ ต้นไม้เจ้าบ้านเดิมก็ตาย

ผ้าคลุมล่องหน

ของขวัญวันคริสต์มาสอันน่าประหลาดใจที่แฮร์รี่ พอตเตอร์ได้รับ และในที่สุดก็ได้กลายเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญสำหรับการผจญภัยของเขาก็คือ ผ้าคลุมล่องหน ที่เคยเป็นของคุณพ่อของเขามาก่อน

ขณะนี้ทางกองทัพสหรัฐฯมีโปรแกรมเกี่ยวกับการสร้างทหารล่องหน โดยที่โครงการดังกล่าวกำลังศึกษาการนำเส้นใยพิเศษที่มีสารเคมีที่สามารถเปลี่ยนแปลงสีได้เมื่อได้รับ กระแสไฟฟ้าปริมาณที่เหมาะสม ด้วยหลักการดังกล่าวเส้นใยก็จะทำหน้าที่เป็นเหมือนกับจอ LCD ชนิดหนึ่ง ซึ่งหากเชื่อมต่อกับตัวตรวจจับสัญญาณที่เหมาะสมที่สามารถตรวจจับรูปแบบ ของสีในสิ่งแวดล้อมบริเวณนั้นได้ เราก็อาจจะได้ชุดทหารล่องหนที่สามารถพรางสีให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ตลอดเวลา

แผนที่ตัวกวน
แผนที่ตัวกวนนอกจากจะช่วยให้แฮร์รี่ พอตเตอร์รู้รายละเอียดของตำแหน่งแห่งหนในโรงเรียนฮอกวอตส์แล้ว ยังช่วยให้ เขาสามารถระบุตำแหน่ง ของใครก็ตามที่อยู่ภายในบริเวณปราสาทและรอบๆ โดยดูจากตำแหน่งของหยดหมึกเล็กๆ ที่เคลื่อนไหวไปมาและมีชื่อเป็นตัวอักษรเล็กๆ เขียนกำกับไว้
 

เทคโนโลยีการติดตามและระบุตำแหน่งด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ในปัจจุบันได้ก้าวหน้าไปมาก หลายคนคงเริ่มพอจะคุ้นหูกับคำว่า GPS มากขึ้นแล้ว ระบบล่าสุดที่กำลังศึกษาอยู่และจะมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับแผนที่ตัวกวนมากยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ ระบบของบริษัทอังกฤษแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า Cambridge Positioning Systems หรือ CPS

ในระบบแบบ CPS จะสามารถให้รายละเอียดของตำแหน่งได้แม่นยำและใกล้เคียงความจริงมากคือสามารถให้ รายละเอียดข้อมูลที่ต้องการสำหรับลูกค้า โดยกินอาณาบริเวณแคบลงได้มากถึงเพียง 50 เมตรรอบตัวของลูกค้าได้

โดย..ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์

จาก อัพเดท


ครีโอพัตตรา


ความรักเป็นหนทางสู่อำนาจ
ความฝันของพระนางคือ
การสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ กว่าที่โลกได้เคยเห็น

322 ปีก่อนคริสตกาล อเล็กซานเดอร์ มหาราช ต้องการอียิปต์มาไว้ในอาณาจักรกรีก ที่กำลังแผ่ขยาย กองทัพผู้ยิ่งยงพระองค์นี้ ทรงพิชิตเกือบทุกดินแดน เมื่อทรงสิ้นพระชน อียิปต์ ที่ยึดมาได้ก็ตกทอดสู่ ทอร์ลิมี่ แม่ทัพ ซึ่งปราบดาพิเศษขึ้นเป็นกษัตริย์ ทอร์ลิมี่ที่ 1และทรงสถาปนาเมืองใหม่ของพระองค์ อเล็กซานเดรียล บนชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ราชวงค์ทอร์ลิมี่

มีโอเลทีส เป็นกษัตริย์  พระบิดาของ รีโอพัตรา   ได้ขึ้นครองราชย์ ดินแดนที่ตกท่ามกลางความเสี่ยง หลาย 10 ปีที่กองทัพโรมันได้ล้มล้างอาณาจักรกรีกดั้งเดิม ของกษัตริย์อเล็กซานเดอร์ โดยมีเป้าหมายจะยึดครองอียิปต์ ซึ่งทั้งมั่งคั่งและมีธัญญาหารอุดม เหมาะจะเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของอาณาจักร แต่โรมันกำลังเผชิญความทุกจริตภายในขั้นร้ายแรง เหล่าแม่ทัพต่างแย่งชิงกันเป็นผู้ปกครองรัฐบาลที่กำลังขาดเสถียรภาพ สภาสูงโรมันสรุปว่า จะไม่มอบหมายให้แม่ทัพคนใด ควบคุมทรัพย์สินในอียิปต์ แม้พระบิดาของครีโอพัตราจะได้ ครองบัลลังก์ต่อ แต่พระนางก็เติบโต โดยรู้ดีถึงภัยคุกคามจากโรมัน ต้องเห็นพระบิดาเล่นเกมส์การฑูตจาก จักรวัตโรมันที่ไม่อาจวางใจ โดยทรงพยายามกันไม่ให้โรมันเข้ามายึดครองอาณาจักรที่เหลือ

เพื่อที่จะดิ้นรนรักษาบัลลังก์อียิปต์เอาไว้  โอเลทีส ขอความเห็นใจจากกงสุลคนใหม่ของโรม คือ จูเลียต ซีซ่า นักการเมือง วัย 40 ปีผู้ปราดเปรื่องเลื่องลือในเรื่องความทะเยอทะยาน ซีซ่าร่วมมือกับแม่ทัพ ไนอันคอมพีร์ และ มาคัสคารัสสัส ตั้งการปกครองในระบบไตรบุรุษ เพื่อแสดงถึงการสร้างระเบียบในโรม และความเป็นจริงทั้ง สาม คน ก็ปกครองทั่วทั้งจักรวัตร โรมัน แม้ซีซ่าจะมีอำนาจทาง การเมืองยิ่งใหญ่ แต่เขาก็รู้ว่าอำนาจ ที่แท้จริงนั้น อยู่ที่ผู้นำฝ่ายการทหาร ดังนั้นเขาจึงเริ่มรณรงค์ทางการทหารครั้งแรกในกองซึ่งตอนนี้ก็คือฝรั่งเศส เพื่อให้ทำการสำเร็จ ซีซ่าต้องเร่งหาเงิน โอเลทีสจัดหา มาให้โดยขอยืมเงินในคลังจำนวนมาก เทียบเท่ากับรายได้ครึ่งปีของอียิปต์เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน ซีซ่าจึงประกาศว่าอียิปต์ เป็นพันธมิตรของโรม ครีโอพัตราอายุ 10 ชันษา ตอนที่พระบิดาทรงตกลงกับซีซ่า ตลอด 10 ปีถัดมา ด้วยเงินก้อนใหญ่จากโอเลทีส กองทัพซีซ่าได้บุกพิชิดจนราบทำให้มั้นใจถึงอนาคตของเขาที่โรม

ยิ่งทรงเติบใหญ่ ครีโอพัตราก็ยิ่งทรงชื่นชมในบุคลิกความมีอำนาจของซีซ่า ว่ากันว่าเขาเป็นคนรูปหล่อล้ำสัน นัยน์ตา สีน้ำตาลคมเข้ม กิริยามารยาทเป็น เสน่ห์ เขายังยิ่งยโสอย่างมาก และลือกันว่าเขาชอบทั้งผู้ชายและผู้หญิง ดังที่นักวิจารณ์คนหนึ่งของเขาเขียนไว้ว่า ซีซ่าเป็นชายหนุ่มของเหล่าหญิงสาว และหญิงสาวในเหล่าชายหนุ่ม แต่ไม่ช้าครีโอพัตราก็เผชิญกว่าประเด็นที่สำคัญของเรื่อง ข่าวลือของซีซ่า พระบิดาโอเลทีส ทรงถูกบังคับให้ออกนอกอาณาจักร หลังจากราษฎรในอียิปต์ ประท้วงการขึ้นภาษี เขาหันไปพึ่งโรมอีกครั้ง เพื่อขอคืนเงินก้อนที่เขาให้ซีซ่ายืม ครั้งนี้นายทหารรูปหล่อ วัย 25 ปีชื่อ มาร์ค แอนโทนี่ ได้นำกองทหารม้าโรมัน เข้าช่วยทวงบัลลังก์อียิปต์ คืนให้โอเลทีส แต่การรับความช่วยเหลือจากโรมอีกครั้ง ได้ปิดหนทางของโอเลทีส เพราะอียิปต์ ต้องตกอยู่ใต้ความคุ้มครอง ของโรมอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นก้าวแรกของการผนวกดินแดน การยึดครองประเทศต้องเกิดขึ้นแน่นอน บัดนี้ ปีที่ 55 ก่อนคริสตกาล ครีโอพัตรามีวัย 14 ชันษา ทรงกลายเป็นธิดาองค์โตของโอเลทีส ความเฉลียวฉลาดและเคารพรักพระบิดา ทำให้กลายเป็นธิดาองค์โปรด โอเลทีส ตระเตรียมพระธิดาสู่อำนาจ โดยปลูกฝังให้ยึดมั่นการปกอาณาจักรแห่งทอร์ลิมี่ แม้พระบิดาเป็นกษัตริย์ที่พ่ายแพ้ แต่ครีโอพัตราก็เรียนรู้จาก ความผิดพลาดนั้น ว่าความกล้า ไหวพริบและอมหิตคือหัวใจของความ อยู่รอด ตอนนี้พระนางเชื่อว่าต้นเหตุของความขมขื่น ทั้งหมดที่เกิดจากครอบครัวมาจากโรม ความพยายามเฮื้อกสุดท้ายของโอเลทีส ที่จะเหนี่ยวรั้งอำนาจไว้ เขาเขียนพินัยกรรมให้ครีโอพัตตรา ขึ้นครองราชย์ ร่วมกับพระอนุชาทอร์ลิมี่ที่ 13 และขอให้สภาสูงดำเนินการตามนี้ ปีที่ 51 ก่อนคริศตกาล โอเลทีสก็สิ้นพระชนต์

 

The image http://www.colourama.co.uk/images/cleopatra-mainpanel.jpg cannot be displayed, because it contains errors.

เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับดาวินชี นะครับ แต่มีคนขอให้ทำเรื่องนี้ ก็เลยต้องเรียบเรียงมาให้อีกที

ครีโอพัตราขึ้ันครองราชย์

ทอร์ลิมี่ที่ 12 กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงค์ ทอร์ลิมี่ ปกครองอียิปต์อย่างเป็นไท ก่อนจะถึงครีโอพัตตรา สมัยนั้นโรมผงาดขึ้นเป็นศูนย์อำนาจทางทหารในแถบเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออกโดยมีลักษณะ 2 อย่างคือ ด้านหนึ่งโรมนั้นก็ มีแสงยานุภาพทางทหารที่ เหนือกว่าเมื่อเทียบ กับรัฐต่าง ๆ ของกรีก ในเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก แต่อีกด้านหนึ่งก็มีความ ด้อยกว่าทางวัฒนธรรม คนฝากตะวันออกจะรู้สึกว่าโรมัน นั้น ป่าเถื่อนไม่เจริญ ที่จริงคนโรมันนั้นจะเล่าเรียนพวกเขาเรียนภาษากรีกหรือไปเรียนทางตะวันออก

 The image http://www.kostuem-verleih.ch/Bilder_KV/Bildergalerie/Historisch/Bilder/Cleopatra%203.jpg cannot be displayed, because it contains errors.

ครีโอพัตราอายุ 18 ตอนขึ้นครองราชย์ ร่วมกับอนุชาวัย 10 ชันษา ซึ่งเป็นการทำตามธรรมเนียมในอียิปต์ ในการปกป้องสายเลือดกษัตริย์ไม่ให้ปะปนกับคนภายนอก เป็นการแต่งงานตามฐานะ แต่ ไม่มีหลักฐานว่าทั้งสองพระองค์ อยู่ร่วมกันจริงหรือเปล่า ครีโอพัตราซึ่งมุ่งมั่น กับ กิจการในเมืองเริ่ม หมดความอดทนกับความอ่อนแอ ไร้ประสิทธิภาพของพระอนุชา ในอียิปต์ กษัตริย์ เท่านั้นจึงจะมีอำนาจ แต่ทอร์ลิมี่ ซึ่ง ทรงพระเยาว์ ถูกควบคุมโดยองค์มนตรี ที่เล็งเห็นว่าครีโอพัตราจะก่อปัญหาให้พวกตนเป็นแน่ พวกนั้นทำให้ราษฏรเชื่อว่า พระนางเป็นต้นเหตุของความแห้งแล้ง พระนางจึงถูกขับออกนอกประเทศ  ครีโอพัตรา ทรงขอความช่วยเหลือจากอาณาจักรอาหรับ ใกล้เคียง และแต่งกองทัพมุ่งหน้ามายังอียิปต์ เพื่อปะทะกับกองทัพของอนุชา 

"ตอนครีโอพัตราจัดกองทัพ พระนางต้องการสร้างอำนาจ พระนางถูกตระเตรียมเป็นเป็นฟาโรห์ ที่พระบิดาปลูกฝังนางมากกว่าองค์ไหน ๆ ให้รู้จักสร้างอำนาจ เพราะฉะนั้นตอนที่พระนางรวบรวมทหารเดินทัพเข้าอเล็กซานเดรีย พระนางไม่ได้คิดจัดการพระอนุชา แต่จัดการกับ พวกองค์มนตรีที่กีดกันพระนาง ซึ่งคงเพราะพวกนั้น มองออกว่าพระนาง เป็นคนที่รู้ความต้องการของตนเองทั้งที่อายุ แค่เพียง 19 "

 

พระนางทรงเสี่ยงอย่างมหาศาล ถ้าหากรบแพ้พระนาง ก็ไม่แคล้วต้องสิ้นพระชนต์
แต่เหตุการณ์ในโรมทำให้พระนางต้อง ชะลอ แผนการบุก

ซีซาร์แย่งชิงอำนาจ

คารัสสัส ถูกฆ่าตายในการรบ ซีซาร์ แย่งชิงอำนาจกับ คอมพีร์ อย่างเปิดเผย สภาสูงกลัวว่าเขาจะขึ้นเป็นผู้นำเผด็จการ จึงลิดรอนให้เขาสลายกำลัง ซีซาร์ ปฏิเสธ และเคลื่อนพล ไปยังอิตาลีทันที นั่นคือสงครามกลางเมือง คอมพีร์ ล่าถอย พร้อมกับเร่งสร้างกำลังทหาร เขาขอความช่วยเหลือจากพันธุมิตร ทางตะวันออก ซีซาร์ รุกไล่กองทัพของคอมพีร์
คอมพีร์ ต้องหนีไปเพื่อรักษาชีวิต เขามุ่งหน้าไปพึ่งพิงอียิปต์ องค์มนตรี ของทอร์ลิมี่เห็นว่า ซีซาร์ มีแนวโน้มที่จะได้เป็นผู้ปกครองโรม คนต่อไป จึงประจบเอาใจซีซาร์ หลังคนที่ตนเคยช่วยเหลือ คอมพีร์ ถูกตัดศีรษะทันที ที่ลงจากเรือ แต่เมื่อซีซาร์ มาถึง อเล็กซานเดรีย และได้เห็นศีรษะของคอมพีย์ เขาก็โกรธจัดว่าอียิปต์ได้ทรยศคนโรมัน เขาเรียกเมืองที่เหลือ ซึ่งอียิปต์ได้ติดหนี้โรม จากข้อตกลง ของโอเลทีส คืนทันที

ครีโอพัตราพบซีซาร์

เขาประกาศว่า เขาจะเป็นผู้ตัดสินข้อพิพาท ระหว่างครีโอพัตรากับพระอนุชาเอง และเรียกทั้งคู่เข้าพบ ด้วยอุปนิสัยกล้าหาญ ครีโอพัตราวางแผน ท้าทายที่เอาชีวิตเป็นเดิมพัน พระนางลอบกลับเข้าพระราชวังและซ่อนพระองค์อยู่ในมุ้งพรหม ให้คนแบกเข้าไปถึงห้องนอนซีซาร์ ซีซาร์กลายเป็นชู้รักของพระนางในคืนนั้น เมื่อทอร์ลิมี่ซึ่งทรงพระเยาว์ พร้อมด้วยองค์มนตรีมาเข้าเฝ้า พบตามนัดหมายเช้ารุ่งขึ้น ก็พบคนทั้งคู่อยู่ด้วยกันใกล้ชิด ทอร์ลิมี่ตะลึงงัน ที่เห็นครีโอพัตราผูกใจซีซาร์สำเร็จ จึงกระชากมงกุฎทิ้งแล้ววิ่ง ร้องไห้ออกไป การล่อลวงศัตรูให้รัก คือ กลยุทธ์ อันเฉียบแหลม แต่ครีโอพัตราเองก็ตกหลุมรักอีกฝ่ายด้วย ซีซาร์ อายุ 52 ประสบการณ์หลายปีทางการเมืองและการทหารทำให้เข้ามีมาดอันงามสง่า สำหรับสาว วัย 19 ปีที่ชื่นชมอำนาจการชนะใจบุรุษที่ทรงอำนาจที่สุดในโลกได้ ย่อมเป็นความสำเร็จน่าตื่นเต้น  เป็นไปได้ว่าซีซาร์ อาจมองครีโอพัตรา รักชั่วหนึ่งชั่วยาม


 "ครีโอพัตราไม่ใช่ชู้รักคนแรกของซีซาร์ เขาลือกันว่าเคยล่วงเกินกับภรรยาของคาลัสสัส เขามีความสัมพันธ์กัน ราชินีต่างเมือง หลายองค์ด้วยกัน และกับราชาอย่างน้อยอีกองค์หนึ่ง"