Priory-of-sion

ปริศนาโบสถ์รอสลิน
สำหรับคนที่ไม่เคยดูเรื่อง davinci code นี้ อาจจะไม่รู้จัก หรือ ไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำไป มันเป็นฉากสุดท้ายของเรื่องนี้ครับ ปริศนา ที่ไขความลับ ของละครเรื่องนี้นั่นเอง

โบสถ์รอสลินมีอีกชื่อหนึ่งว่า โบสถ์เซนต์ แมทธิว ได้สร้างขึ้นปี ค.ศ. 1446 โดย เซอร์วิลเลียม เซนต์แคลร์ ทายาทรุ่นที่สาม เป็นเจ้าชายองค์สุดท้ายของตระกูลผู้ปกครองออร์คนีย์ แห่งสก๊อตแลนต์ ที่ร่ำรวย และทรงอำนาจในยุคนั้น รอสลินมีต้นแบบมาจากวิหารโซโลมอน ในตะวันออกกลาง ปัจจุบันถูกทำลาย แล้วสร้างเป็น เทมเปิล เมาท์ แทน

จากบันทึกของ ริชาร์ด ออกัสทีน เฮย์ บาทหลวงคนแรกของรอสลีน เขียนว่า เซอร์วิลเลียมผู้เคร่งศาสนา ได้เห็นว่า น่าจะทำอะไรซักอย่าง ในช่วงชีวิตของตน เขาจึงรวบรวมช่างฝีมือจากทุกสารทิศเพื่อสร้างรอสลีน และอีกวัตถุประสงค์หนึ่งก็เพื่อเป็นสุสานของตระกูลเซนต์แคลร์ด้วยครับ

แต่เล้วเขาก็ไม่ได้ยลโฉมรอสริส ตอนสร้างเสร็จเขาก็ได้ด่วนจากไปซะก่อน ก็มันสร้างเป็นเวลานานกว่า สี่สิบปี ตามหลักฐานก็คือจารึกเหนือหลุมศพที่มีสัญลักษณ์ดาบ และ กุหลาบ เพราะท่านเป็นอัศวินคริสตเตียน หรือ Knights templar กล่าวกันว่า เขาใส่ใจทุกรายละเอียดแม้รูปสลักเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ตามที
รอสลีน นี้ก็รอดเหตุการณ์ร้าย ๆ ต่าง ๆ มามาก อย่างเช่น ใน ค.ศ. 1571 เกิดการกวาดล้างศาสนาครั้งใหญ่ ในอังกฤษ และสก๊อคตแลนด์ อันมีสาเหตุเรื่องเดิม ๆ นั่นแหละครับ คือความขัดแย้งต่างนิกายกัน บรรดานักบวชในแถบนั้น ถูกขับไล่ออกจากโบสถ์ ส่วนรูปแกะสลักหลายรูป ถูกทำลายไปด้วย ซ้ำร้าย โบสถ์นี้ก็ถูกมองว่า เป็นพวกนอกรีต บูชาปีศาจ และรูปต่าง ๆ ก็ไม่ใช่ของศาสนาคริสต์

และในปี ค.ศ. 1650 เกิดสงครามกลางเมือง โบสถ์แห่งนี้ถูกใช้เป็นคอกม้า เป็นเวลานานถึง 80 ปี โบสถ์รอสลีนก็ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่โดยนายพล เจมส์ เซนต์แคลร์ ทายาทของตระกูลนั่นเองครับ
โบสถ์นี้ก็กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง เมื่อ วิลเลียม เวิร์ดสเวิร์ธ นักเขียนและโดโรธี นักกวี สองพี่น้องได้ไปเยี่ยมชม ในปี ค.ศ. 1803 ได้พรรณนาถึงความงามของรอสลีนแห่งนี้ จนแพร่ไปทั่วเกาะอังกฤษ แม้กระทั่ง ควีนวิคทอเรีย และเจ้าชายอัลเบิร์ดได้เสด็จไปที่นั่น ในปี ค.ศ. 1842 เกิดความประทับใจ จึงรับสั่งให้บูรณะการครั้งใหญ่ เพื่ออนุรักษ์ไว้เป็นสมบัติของชาติในเวลาต่อมาครับ

แต่เรื่องราวก็ยังไม่จบเท่านั้น รอสลีสก็ถูกนำมาใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เมื่อปิชอป แห่งเอดินเบิร์ก ใช้ในพิธีอิสเตอร์ ในปี ค.ศ. 1862 ส่งผลให้โบสถ์รอสลีนเป็นที่รู้จักแพร่หลายโดยเฉพาะชาวคริสต์ผู้หลงใหลในประวัติศาสตร์ แวะเวียนมาเรื่อย ๆ ครับ

รอสลีนนี้ เลื่องชื่อในเรื่องสัญลักษณ์ครับ สัญลักษณ์ของศาสนาต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ทั่วไป ทั้งภายนอกและภายใน ไม่ว่าจะเป็นกางเขน ของคริสต์ ดาวเดวิด ของยิว หรือดาวหกแฉกนั่นแหละ (ไปดูในวิทรุเวียนแมนภาคจักรวาลของผมดูนะครับ) ตราสมาคม ฟรีมาสัน หรือสลาอิสระ พีระมิด ไม่ต้องบอก (แล้วเขียนทำไม) ลวดลายกุหลาบ รวมทั้งสัญลักษณ์หน้าตาประหลาดแบบ เพนทาเคิล ดาวห้าแฉกครับ แต่เบื้องลึกที่ยังน่าสงสัยก็คือ สัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับศาสนาคริสต์มีค่อนข้างน้อยครับ ทำให้มีคำถามการคาดเดามากมายเกี่ยวกับความลับของรอสลีนแห่งนี้ครับ

หลายคนบอกว่า ผู้สร้างอาจใช้บางแห่งเป็นที่ซ่อนสมบัติ ของตระกูลที่ร่ำรวย แต่นักประวัติศาสตร์หลายคนเชื่อว่า อัศวินแห่งวิหารหรือ Knights templar ที่ลี้ภัยจากฝรั่งเศส มายังสก๊อตแลนด์ แน่นอนเขาก็ต้องมีสมบัติติดตัวมาด้วย จนกระทั่งได้รู้จักกับ เซนต์แคลร์ ผู้ก่อสร้าง ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่น จึงเป็นไปได้ว่า ตระกูลเซนต์แคลร์อาจซ่อนความลับอะไรบางอย่างไว้โบสถ์แห่งนี้ครับ

ความลับหรือ อัฐิ แมรี่แมคดาลีน หรือ จอกศักดิ์สิทธิ์ หรือแค่สุสานธรรมดา ก็ยังไม่มีใครทราบได้
จอห์น ดาวสัน ผู้ดำรงตำแหน่งในสภาของสก๊อตแลนด์ ได้ให้ความเห็นว่า ความลับที่ซ่อนอยู่ในรอสลีน มีความเป็นไปได้ว่า มันคือ กางเขนศักดิ์สิทธิ์ ที่ใช้ตรึงร่างพระเยซู ซึ่งจักรพรรดินี เฮเลนา ผู้ปกครองในศตวรรษที่ 4 ต่อมากางเขนนั้นถูกนำมายังสก๊อตแลนด์ โดยเจ้าหญิงมากาเร็ต พร้อมกับวิลเลียมเดอ เซนต์แคลร์ ผู้เป็นต้นตระกูล อัศวิน กางเขนศักดิ์สิทธิ์นั้น เคยถูกอังกฤษชิงไปถึงสองครั้ง ครั้งแรกในปี 1336 ในสมัยของกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 1 แต่ก็ถูกนำกลับมาได้ แต่ก็ยังไม่วายถูกมือดี ฉกไปอีกแล้ว ในช่วงก่อสร้างรอสลีน จนปัจจุบันนี้ไม่มีใครทราบว่าอยู่ที่ใด

รายละเอียดเกี่ยวกับโบสถ์รอสลีน
ก่อสร้างอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 1446 ตรงกับวันระลึกเซนต์แมทธิว อาคารหันไปทางทิศตะวันออก โครงสร้างอาจผิดเพี้ยนไปจากปัจจุบันเนื่องจาก แบบแปลนขณะเริ่มแรกสุญหายไป จึงไม่มีใครทราบว่าอาคารที่เห็นนี้ ตรงกับครั้งแรกที่สร้างหรือเปล่า แต่จากการขุดค้น พื้นโบสถ์แล้ว ในช่วง ศตวรรษที่ 19 พบทางเดินที่สร้างไว้ใหญ่มาก นับว่าเป็นสิ่งประหลาดที่ปรากฏจนทุกวันนี้ครับ ความสูง 40 ฟุต กับ 8 นิ้ว ความกว้าง 34 ฟุต 8 นิ้ว ยาว 68 ฟุต อาคารเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะส่วนโค้งที่ไม่เท่ากัน ถึง 32 แห่ง แต่มีเสาสามต้น เรียกว่า เสานายช่างใหญ่ (Prentice pillar บางแห่งเรียกว่า Mason’s pillar) เสาอีกต้นเรียกว่า เสานักเดินทาง หรือ Journeyman’s pillar และเสาเด็กใหม่ หรือ apprentice pillar ด้านบนมีคานเชื่อมเสา มีข้อความเป็นภาษาลาติน ซึ่งคัดมาจากคัมภีร์เอสดร้า เขียนภาษาอังกฤษว่า “wine is strong, a king is stronger, women are stronger still, but truth conqures all” แต่ไม่รู้ความหมายแน่ชัด หรือความหมายแฝงนัยหรือเปล่า ไม่มีใครทราบได้ครับ

เรื่องเล่าเกี่ยวกับเสา เสาสองต้นโดยช้างฝีมือชาวโรมัน ในระหว่างที่เขาสร้างเสร็จไปต้นหนึ่ง แต่ก็มีเหตุที่ต้องกลับไปกรุงโรม แต่เมื่อเขากลับมาก็พบว่าเสาอีกต้นหนึ่งมีคนทำเสร็จแล้ว ซึ่งคนที่สร้างเป็นลูกมือของเขา ด้วยความโกรธ อย่างแรงเขาจึงฆ่าลูกมือคนนั้นซะ
ปัจจุบัน โบสถ์รอสลีนเป็นกรรมสิทธิ์ของเอิร์ลแห่งรอสลีน ทายาทรุ่นที่เจ็ดของเซนต์แคลร์ โดยมีมุลนิธิชื่อ Rosslyn Chapel Trust รวมทั้งเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอีกด้วย ครับ

www.rosslynchapel.org.uk

ไม่ได้อัพมานานครับ มัวแต่ไปอัพเวป มีอยู่ 2 เรื่องที่น่าสนใจ

อันแรก เกี่ยวกับ เฮอร์ริเคน แคทรีนา

http://nature-life.boxchart.com/life/katrina.htm

  • การก่อตัวของเฮอร์ริเคน ลักษณะความแรง
  • จุดอ่อนของนิวออร์ลีนส์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
  • ความเสียหายของนิวออร์ลีนส์
  • ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ของสหรัฐอเมริกา และโลก อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของราคาน้ำมันขึ้นด้ว
อันที่สอง อันนี้ยังไม่เสร็จครับ
http://nature-life.boxchart.com/life/dna.htm
  • โครงการจีโนมถอดรหัส ดีเอ็นเอ
  • ส่วนประกอบของดีเอ็นเอ
  • การตรวตวินิจฉัยโรคมะเร็ง ด้วยดีเอ็นเอ สามารถตรวจพบก่อนการระบาดของมะเร็ง

มีผู้เสนอเรื่องราวการสืบสายเลือดทางวงศ์ตระกูล โดยเทียบเคียงสายพันธุ์ของวงศ์ตระกูลต่าง ๆ ผลสรุปออกมาว่า ได้มีการค้นพบการสืบเชื้อสายนี้มาถึงรุ่นปัจจุบัน ผ่านทางตระกูล สเปนเซอร์ (Spencer)  ตระกูลนี้ คงรู้จักกันดีนะครับ ตระกูล เลดี้ ไดอานา หรือ เจ้าหญิงไดอานานั่นเอง

ผู้สืบค้น สืบค้นหลักฐานต่าง ๆ ในอังกฤษ จนพบความสัมพันธ์กันของราชวงศ์หนึ่ง ที่เคยมีอำนาจปกครอง อังกฤษและสก๊อตแลนด์ คือ ราชวงศ์ สจ๊วต (House of stuart) ราชวงศ์นี้ สืบเชื้อสายมาจากสายราชวงศ์ฝรั่งเศส ผ่านทางราชวงศ์ เมโรแวงเจียง และ เลดี้ ไดอานา แห่งตระกูล สเปนเซอร์ ผุ้สืบเชื้อสายราชวงศ์สจ๊วต นั่นหมายถึง ไดอานา คือ สายโลหิตศักดิ์สิทธิ์

นักทฤษฏี แนวนี้ ได้คิดไปถึง กลุ่มสมาคมไพรเออรี ออฟไซออน และฟรีมาสันรีในยุคปัจจุบัน นำพาให้ ไดอานา ขึ้นสู่บัลลังค์ และผู้สืบเชื้อสายต่อ ก็คือ เจ้าชาย วิลเลียม พระโอรส กษัตริย์  

หลักฐานและข้อเสนอนี้ ผมว่ายังไม่ชัดเจนเท่าไหร่ รายละเอียดยังน้อยเกินไป ก็คงต้องสืบเชื้อสาย จากตระกูลสเปนเซอร์อีกทีครับ  น่าปวดหัวจริง ๆ ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลเลย

http://freepages.genealogy.rootsweb.com/~fergy/Prince%20William%2018%20a.jpg

มาต่อเชื้อสายพระเยซู นะครับ ตอนที่แล้วไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ ก็เลยไปค้นในไบเบิลอีกที เพิ่งนึกได้ว่าเราก็มีไบเบิล คือ ในอดีต ผมเคยนับถือคริสต์ อยู่ช่วงหนึ่ง เมื่อนานมาแล้ว เพื่อหาอะไรบางอย่าง ผมรู้จักชาวคริสต์อยู่บ้างครับ นิสัย ใจคอ การประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ มาถึงตอนนี้ ก็กลับมาดูในไบเบิลอีกที เพราะไม่ได้อ่านมานาน เอาไว้ศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะครับ ก็เลยมาจับอีกที แต่ศึกษาเท่านั้น ตามคติของผมคือ จะทำอะไรต้องลองด้วยตัวเองถึงจะรู้ดีที่สุดครับ แต่ตอนนี้ผมหันมาสนใจศาสนาชินโตเข้า แต่ยังไม่เข้าใจลึกซึ้งกับศาสนานี้เท่าไหร่ เท่าที่ทราบเป็นการรวมวิทยาศาสตร์และธรรมชาติเข้าด้วยกัน สิ่งมีชีวิต เทคโนโลยี จะคล้อยตามธรรมชาติ ตามธาตุต่าง ๆ คือ สัญลักษณ์คือ มังกร ที่เป็นศูนย์รวมของธาตุทั้ง 5 เหมือนของจีน คิดว่าเป็นศาสนาที่แตกแขนงกันออกไป

กลับมาที่ พระเยซูกันต่อ ลำดับพงศ์ของพระเยซูคริสต์ ใน ลูกา 3 ย่อหน้าที่ 23-38 หน้า 235-236

อันนี้ผมของเรียงตามต้นกำเนิด มาก่อน แต่ในไบเบิล ลูกาเขียนจากพระเยซูมาก่อนครับ มันยาวไปหน่อยครับ แต่ตัดไม่ได้ครับ เพื่อจะได้ข้อมูลที่แท้จริง

เริ่มต้นที่  พระเจ้า  มี บุตร ชื่อ  อดัม
อดัม มี บุตร ชื่อ  เสท

เสท มี บุตร ชื่อ  เอโนส

 เอโนส มี บุตร ชื่อ  ไคนาน

 ไคนาน มี บุตร ชื่อ  มาหะลาเลเอล

 มาหะลาเลเอล มี บุตร ชื่อ  ยาเรด

 ยาเรด มี บุตร ชื่อ  เอโนค

 เอโนค มี บุตร ชื่อ  เมธูเสลาห์

 เมธูเสลาห์ มี บุตร ชื่อ  ลาเมค

 ลาเมค มี บุตร ชื่อ  โนอาห์

 โนอาห์ มี บุตร ชื่อ  เชม

 เชม มี บุตร ชื่อ  อารฟาซัด

 อารฟาซัด มี บุตร ชื่อ  ไคนาน

 ไคนาน มี บุตร ชื่อ  เซลาห์

 เซลาห์ มี บุตร ชื่อ  เอเบอร์

 เอเบอร์ มี บุตร ชื่อ  เปเลก

 เปเลก มี บุตร ชื่อ  เรอู

 เรอู มี บุตร ชื่อ  เสรุก

 เสรุก มี บุตร ชื่อ  นาโฮร์

 นาโฮร์ มี บุตร ชื่อ  เทราห์

 เทราห์ มี บุตร ชื่อ  อับราฮัม

 อับราฮัม มี บุตร ชื่อ  อิสอัค

 อิสอัค มี บุตร ชื่อ  ยาโคบ

 ยาโคบ มี บุตร ชื่อ  ยูดาห์

 ยูดาห์ มี บุตร ชื่อ  เปเรศ

 เปเรศ มี บุตร ชื่อ  เฮสโรน

 เฮสโรน มี บุตร ชื่อ  อารนี

 อารนี มี บุตร ชื่อ  อัดมิน

 อัดมิน มี บุตร ชื่อ  อัมมีนาดับ

 อัมมีนาดับ มี บุตร ชื่อ  นาโซน

 นาโซน มี บุตร ชื่อ  สัลโมน

 สัลโมน มี บุตร ชื่อ  โบอาส

 โบอาส มี บุตร ชื่อ  โอเบด

 โอเบด มี บุตร ชื่อ  เจสซี

 เจสซี มี บุตร ชื่อ  ดาวิด

 ดาวิด มี บุตร ชื่อ  นาธัน

 นาธัน มี บุตร ชื่อ  มัทตะธา

 มัทตะธา มี บุตร ชื่อ  เมนนา

 เมนนา มี บุตร ชื่อ  เมเลเอา

 เมเลอา มี บุตร ชื่อ  เอลียาคิม

 เอลียาคิม มี บุตร ชื่อ  โยนาม

 โยนาม มี บุตร ชื่อ  โยเซฟ

 โยเซฟ มี บุตร ชื่อ  ยูดาส

 ยูดาส มี บุตร ชื่อ  สิเมโอน

 สิเมโอน มี บุตร ชื่อ  เลวี

 เลวี มี บุตร ชื่อ  มัทธัต

 มัทธัต มี บุตร ชื่อ  โยริม

 โยริม มี บุตร ชื่อ  เอลีเยเซอร์

 เอลีเยเซอร์ มี บุตร ชื่อ  เยซู

 เยซุ มี บุตร ชื่อ  เอร์

 เอร์ มี บุตร ชื่อ  เอลมาดัม

 เอลมาดัม มี บุตร ชื่อ  โคสัม

 โคสัม มี บุตร ชื่อ  อัดดี

 อัดดี มี บุตร ชื่อ  เมลคี

 เมลคี มี บุตร ชื่อ  เนรี

 เนรี มี บุตร ชื่อ  เชอัลทิเอล

 เชอัลทิเอล มี บุตร ชื่อ  เศรุบบาเบล

 เศรุบบาเบล มี บุตร ชื่อ  เรซา

 เรซา มี บุตร ชื่อ  โยอานัน

 โยอานัน มี บุตร ชื่อ  โยดา

 โยดา มี บุตร ชื่อ  โยเสค

 โยเสค มี บุตร ชื่อ  เสเมอิน

 เสเมอิน มี บุตร ชื่อ  มัทธาธีอัส

 มัทธาธีอัส มี บุตร ชื่อ  มาอาท

 มาอาท มี บุตร ชื่อ  นักกาย

 นักกาย มี บุตร ชื่อ  เอสลี

 เอสลี มี บุตร ชื่อ  นาฮูม

 นาฮูม มี บุตร ชื่อ  อาโมส

 อาโมส มี บุตร ชื่อ  มัทธาธีอัส

 มัทธาธีอัส มี บุตร ชื่อ  โยเซฟ

 โยเซฟ มี บุตร ชื่อ  ยันนาย

 ยันนาย มี บุตร ชื่อ  เมลคี

 เมลคี มี บุตร ชื่อ  เลวี

 เลวี มี บุตร ชื่อ  มัทธัต

 มัทธัต มี บุตร ชื่อ  เฮลี

 เฮลี มี บุตร ชื่อ  โยเซฟ

 โยเซฟ คนทั้งหลายเชื่อว่ามีบูตรชื่อ เยซู หรือ พระเยซู

แต่ในตอนกำเนิดของพระแม่มารีย์ นั้น โยเซฟ เป็นคู่หมั้น แต่ก่อน ที่จะอยู่ด้วยกัน ก็มีวิญญาณบริสุทธิ์ เกิดขึ้นมาในครรภ์ ใน มัธธิว 1 

ข้อสังเกต ผมคิดตั้งนาน มันดูขัดแย้งอยู่นะครับ เนื่องจาก โยเซฟ มีเชื้อสายพระเจ้าอยู่แล้ว ทำไม จึงต้องมีวิญญาณบริสุทธิ์ ที่เป็นเชื้อสายของพระเจ้าอีก หรือว่า โยเซฟ เป็นเลือดผสมหรือเปล่า มี DNA ไม่เข้มข้น เพราะผ่านมาหลายยุคหลายสมัย พระเจ้าจึงต้องสร้างวิญญาณบริสุทธิ์ดวงใหม่  อีกข้อคือ การท้องก่อนแต่งหรือเปล่าอันนี้ คิดเล่น ๆ นะครับ ลองคิดแบบคนธรรมดานะครับ เรื่องนี้ ไว้ศึกษาต่อไป

อีกเรื่องหนึ่ง การสืบเชื้อสายนี้ สืบทอดกันยาวนาน เป็นไปได้ไหมที่เหตุการณ์จะซ้ำรอย จากการกำเนิดของพระเยซูนี้ กษัตริย์เฮรอดได้ ทำการกวาดล้างเด็กทารก เหมือนกับที่ผู้อุ้มพระครรภ์พระเยซู ในที่นี้หมายถึง แมรี แมคดาลีน (ในที่นี้ผมเรียกว่า เลือดสีโคลน ก็คงไม่ผิด เพราะในไบเบิลถูกเรียกว่า หญิงชั่ว กันดูเหมือนไนแฮร์รี พอตเตอร์เลยแฮะ แต่มันก็คล้าย ๆ กันนะจะได้จำง่ายดีครับ) กระทำคือการนี้

มาดูเชื้อสาย ศักดิ์สิทธิ์กันต่อ แล้วแมคดาลีน หนีไปไหน กันครับ

 ที่ไบเบิลกล่าวว่า พระเยซูทรงช่วยนางให้รอดพ้นจากการถูกรุมขว้างด้วยก้อนหิน ซึ่งผู้ค้นทฤษฏี ความรู้ใหม่ เชื่อว่า นางคือ ชายาหนึ่งเดียวของพระเยซู

http://www.geschichteinchronologie.ch/USA/Risi_der-laengste-kreuzzug-d/032Berenger-Sauniere.jpgเบแรงเกอร์ โซนิแยร์

ผู้อุ้มครรภ์สายโลหิต พระองค์ฝ่าข้ามน้ำข้ามทะเลมาจนถึง สเปน ตอนนั้นเป็นของชาว วิซิกอต (Visigoth) จนกระทั่ง สายเลือกพระเยซูได้สมรสกับคนในราชวง เมโรแวงเจียง (Merovingian) กษัตริย์ของชาวแฟรงค์ ที่ แผ่อิทธิพลมายังเยอรมัน และก่อตั้งชึ้นในศตวรรษที่ 5 ปัจจุบันเป็นชาวฝรั่งเศส ข้อมูลนี้ พบที่ เรนน์ เลอ ซาโต ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ใกล้เทือกเขา พิเรนิส มีบันทึกบนแผ่นหนัง ใต้เสาหินโบราณ พบโดย นักบวชชื่อ เบแรงเกอร์ โซนิแยร์ (Berenger sauniere)สถานที่แห่งนี้เป็นที่ครอบครองของ ไนต์ส เทมปลาร์ หรือสมาชิก ไพรเออรี ออฟไซออน

http://www.ac.wwu.edu/~stephan/Rulers/merovingian.gif

คลิก ขยายภาพ

ทายาท เมโรแวงเจียงที่เหลือรอด

ตามประวัติศาสตร์ ราชวงค์เมโรแวงเจียง สิ้นลงที่ ซิลเดริดที่ 3 จากแผ่นบันทึก โซนิแยร์ พบที่เรนน์ เลอ ซาโต มีการกล่าวถึงทายาที่เหลือรอด ประวัติศาสตร์ กล่าวว่า ถูกปลงพระชนม์ พร้อมกับ บิดาไปแล้ว แต่ในบันทึก กล่าวว่า ซิเบแบร์ต ที่ 4 หลบหนีมาได้

http://pascale.olivaux.free.fr/Histoire/Photos/Childeric_III_vignette.jpgซิลเดริดที่ 3

รายละเอียดนี้  โซนิแยร์ ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลนี้ แต่ถูกถ่ายทอดในเอกสารอีกชุดหนึ่ง โดย โซนิแยร์ นำแผ่นหนังไปให้นักถอดรหัส เอมีย์ ฮอฟเฟต์ ในปารีส และโซนิแยร์ได้เก็บไว้เป็นความลับ เมื่อเสียชีวิต เอกสารนี้ ได้ตกอยู่กับแม่บ้านชื่อ แมรี เดนาร์โนด์ ต่อมาถูกขาย ให้กับ สมาคมค้าหนังสือโบราณนานาชาติ (International League of Antiquarian Booksellers) ในอังกฤษ และเอกสารนี้ได้ถูกทำขึ้นหลายฉบับ ชุดหนึ่งเป็นของ มาริอุส ฟาแตง เจ้าของเรนน์ เลอ ชาโต คนใหม่ เป็นสมาชิกของ สมาคม ฟรีมาสันรี (คิดว่าหลายคนเคยได้ยินเป็นอีกสมาคมหนึ่งในกลุ่ม ไนต์ส เทปลาร์ วันหลังจะอธิบายเกี่ยวกับสมาคมนี้ครับ)

เอาเพียงเท่านี้ก่อน  ถือว่ายาวพอสมควร ครับ เรื่องเข้นข้นดีจริง ๆ ตอนหน้าพบกับผู้สืบเชื้อสายในปัจจุบันกัน รับรองคุณรู้จักแน่นอนครับ