Priory-of-sion

วันนี้ขอเปิดหมวดใหม่ กับ priory of sion สำหรับคนที่อ่าน ดาวินชี โค้ด ก็คงจะเข้าใจดี แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านก็ขอกล่าวสั้น ๆ ไว้อย่างนี้นะครับ

ไพเออร์รี่ ออฟ ไซออน เป็นองค์กรลับ ผู้กำความลับของคริสต์จักร ที่มี อัศวินแห่งพระผู้เป็นเจ้า และ คณะนักบวชแห่งไซออน ที่เรียกว่า Knights templar

ตามหนังสือ ดาวินชี โค้ด มีเรื่องเกี่ยวกับ มารีย์แมคดาลิน ใน ภาพ ลาสซัปเปอร์ ที่ ดาวินชี วาดไว้ และซ่อนรหัสเอาไว้

ตอนแรกผมก็ลังเลเหมือนกันว่าจะเอาเรื่องนี้ขึ้นหรือเปล่าเพราะมันมีหลายเรื่องที่ขัดแย้งต่อ ศาสนาคริสต์อยู่หลายเรื่อง รวมทั้งใน คัมภีร์ไบเบิล ที่ใช้สั่งสอนกันในศาสนาคริสต์นั้นแท้จริงเป็นเช่นไร ในบันทึกเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน อีกด้วย รวมถึงการประสูติของพระแม่มารีย์จากวิญญาณบริสุทธิ์ และเรื่องราวของจอกศักดิ์สิทธิ์ และเลือดศักดิ์สิทธิ์

เรื่องราวต่อไปนี้คงต้องใช้วิจารณญาณในการชมต่อไป เนื่องจากเรื่องราวบางเรื่องนั้นค้านต่อความเชื่อดั้งเดิม และสิ่งที่รับรู้กันก็จะกลายเป็นคนละเรื่องกัน

ขอนำผู้นำของไพเออร์รี่ ออฟไซออนกัน

จากเอกสารลับที่พบในหอสมุดปารีส กล่าวถึงรายนามผู้นำกลุ่ม ไพรเออร์รี่ ออฟ ไซออฟ ตามบันทึกที่เชื่อถือกันมากที่สุด

ก่อตั้งโดย กอด เฟรย์แห่ง บูวียอง หลังจากฝ่ายคริสต์เข้ายึดเยรูซาเลมได้ในสงครามครูเสด ปี 1099เมื่อ กอด เฟรย์ ขึ้นเป็นกษัตริย์ของเยรูซาเลม ขึ้นที่ภูเขา ไซออน ในช่วงแรก ๆ นั้น กลุ่มไพรเออร์รี่ ออฟ ไซออน กับกลุ่ม อัศวินนักรบ (Knights templar) ยังคงแยกกันไม่ออก ตามเอกสารลับของสมาคม ผู้นำของอัศวินนักรบ ก็ได้เป็นผู้นำของไพรเออร์รี่ออฟ ไซออน ครั้งแรกใน ค.ศ. 1118 จึงคัดเลือกผู้นำ กลุ่ม Grand master ผู้นำคนแรกจึงเป็น ฮิวก์ส แห่ง ปายองส์ ปี 1118-1130

ภายหลังมีการแบ่งแยกสมาชิกออกกันอย่างเด็ดขาด จึงมคีการเลือกผู้นำขึ้นในสายใหม่ของไพรเออร์รี่ ออฟ ไซออน ต่อมา และผู้นำ ที่มีชื่อเสียง และหลายคนรู้จักกันดี

ผู้นำคนที่ 14 นิโคลัส แฟรมเมล (1398-1418) นักเล่นแร่แปรธาตุ ไปดูแฮร์รี่พอตเตอร์ ตอนสุดท้ายของผมครับ

คนที่ 16 ซานโดร ฟิลิเป บอตติเชลลี (1483-1510) ศิลปินนักวาดภาพ

คนที่ 17 ลีโอนาร์โด ดาวินชี (1510-1519) ศิลปิน นักประดิษฐ์และนักคิด,นักเขียน,นักวิทยาศาสตร์, นักชีววิทยา,สถาปนิก,นักดนตรี,ที่ปรึกษาทางการทหาร,นักออกแบบ,ผู้กำกับการแสดง, นักเล่านิทาน, นักชันสูตรพลิกศพ(อันนี้สมัยนั้นยังไม่มีแต่ก็คงจะใช่ที่เขาวาดอวัยวะภายในร่างกายมนุษย์)

คนที่ 20 มิเชล เดอ นอสตราดามุส (1556-1566) นายแพทย์ และ นักพยากรณ์ชื่อดัง (ชื่อนี้ ไม่มีในหนังสือ ดาวินชี โค้ด)

คนที่ 26 เซอร์ ไอแซกนิวตัน (1691-1727) นักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง

คนที่ 31 วิกเตอร์ อูโก (1844-1885) นักประพันธ์ ชื่อดัง

คนที่ 32 คลอด เดบุชชี (1885-1918) คีตกร เอกของโลกถ้าใครชอบดนตรีที่ต้องขึ้นบันไดฟังจะรู้จัก จำพวก บีโธเฟน หรือ บาค , โชแปง ทำนองนั้นนะครับ


เอาแค่นี้ละครับ พรุ่งนี้ มาทำความรู้จักกับ สัญลักษณ์ของไพรเออร์รี่ ออฟไซออน กัน แต่ถ้าใครอ่านดาวินชีโค้ด จะรู้จักกันดีครับ

ปล. เรื่องนี้ ผมยังไม่ได้อ่านละเอียดเท่าไหร่ครับ เพราะเพิ่งได้มาเมื่อวาน เท่าที่ดูเรื่องคงยาวครับ

สัญลักษณ์ ไพรเออร์รี่ ออฟไซออน อันแรกนี้ ถ้าใครเข้ามาบลอคผมตอนธีมเก่าก็คงเคยเห็นกันแล้ว มันเป็นสัญลักษณ์ ของไพรเออร์รี่ ออฟไซออน เป็นดาว ห้าแฉก (pentacular) สัญลักษณ์นี้เชื่อกันมาแต่โบราณ เป็นโครงสร้างอย่างหนึ่งที่ทรงพลังอำนาจในโลกสิ่งเร้นลับ เช่นเดียวกับรูปทรงสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ด้านบรรจบพบกันที่ยอดแหลม

ดาว 5 แฉก นี้ปรากฏมากมายทั่วดินแดน ตะวันตกและตะวันออกกลาง บางแห่งเรียกว่า เงื่อนปมไม่รู้จบ (Endless Knot) บางแห่งเรียกว่า ดาวแห่งโซโลมอนเชื่อกันว่าสามารถปกป้องรักษาตนเองจากสิ่ง ่ชั่วร้าย แต่ในสมัยหนึ่งสัญลักษณ์นี้ถูกกล่าวหาว่า เป็นสัญลักษณ์ของปีศาจ ที่พวกพ่อมดหมอผี ใช้ในการเรียกวิญญาณชั่วร้าย แต่สิ่งที่ อัศวินนักรบ ค้นพบเป็นวิทยาศาสตร์ ยารักษาโรคที่สูญหายไปนาน เรียกกันว่า ยาอายุวัฒนะ ที่ช่วยเยียวยาบาดแผลให้หายได้ และฟื้นคืนกำลังอย่างรวดเร็ว จากการเล่นแร่แปรธาตุ

แต่ในสมัยกลางของยุโรป กลับเรียกผู้ที่มีความรู้ในการปรุงยา และนักเล่นแร่แปรธาตุ นี้ว่า พ่อมด หรือ แม่มดจนป้ายสีพวกเหล่านี้เป็นผู้ใช้ไสยเวทย์หรือมนต์ดำ และเป็นสาวกของวิญญาณชั่วร้ายหรือ ซาตาน


รูปเคารพบูชา ของ อัศวินนักรบ คือ บาโฟเมต (Baphomet) คือเทพเจ้าแห่งความสมบูรณ์ แต่ในคริสตจักรกล่าวหาว่าเป็นลัทธินอกรีต

บาโฟเมต มีศีรษะเป็นแพะที่มีเขางอกออกมา 2 ข้าง ของแพะในโบราณเป็นสัตว์ที่ให้นมเป็นอาหารของมนุษย์ จึงเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์

การค้นพบกลุ่ม อัศวินนักรบ นิยมใช้ อักาะ แอตบาซ เป็นรหัสนัยเพื่อปกปิดความลับให้เป็นปริศนา เป็นอักษรแบบเล่นคำ ที่ชาวเฮบรูว์ โบราณใช้กัน

เมื่อนำอักษร Baphomet มาเทียบตามหลักการของอักษรแอตแบช จะได้คำว่า Sofia ในภาษากรีกแปลว่า สติปัญญา หรือความเฉลียวฉลาด รวมทั้งความสมบูรณ์พูนสุข และชีวิตที่ยืนยาวด้วย

ภายหลังมีการกล่าวหาว่ากลุ่มอัศวินนักรบ เป็นกลุ่มศาสนานอกรีต และบูชา ซาตาน การบูชา บาโฟเมต นี้เอง ทำให้คริสตจักรสร้างเรื่อง ว่าบูชา ซาตาน โดยใช้รูปสัญลักษณ์หัวแพะ เป็นภาพเดียวกับซาตาน และมีพิธีกรรมประหลาด จึงทำให้เชื่อกันได้ง่ายต่อสายตาของประชาชนผู้ไม่ทราบความจริง


สัญลักษณืเกี่ยวกับ ไพรเออร์รี่ ออฟไซออน บางอันผมก็ไม่รู้จักครับ แต่มันอยู่ด้วยก็เลย เอามาหมดเลย

เคยมีคนถามในบอร์ดผมว่า ไสยศาสตร์กับ วิทยาศาสตร์ต่างกันอย่างไร อันที่จริงดูเหมือนต่างแต่มันก็ต่างกันในแบบเหมือนกัน ฟังแล้วงง แฮะ เช่นเดียวกับ สิ่งต่าง ๆ มีทั้งด้านสว่างและด้านมืด มี ขั้วบวก ก็ต้องมี ขั้วลบ อะไรประมาณนั้นนะ อันที่จริงมันเป็น ตรรกะ
บางครั้งเรามองไปข้างหน้า เรามักจะเห็นอดีต ฟังเหมือนปรัชญา แต่มันไม่ใช่ปรัชญา สิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว จากที่ไหน? เมื่อไหร่? ก็มีหลักวิธีอธิบายได้ทั้ง 2 อย่าง เป็น ตรรกะ" ขอ งโลก มี 2 ด้านเสมอ

แต่ ทั้งสองมีพื้นฐานมาจากที่เดียวกัน คือ ความเชื่อ เท่านั้น ที่ผู้ใดจะทำให้เชื่อตามฝ่ายนั้นได้มากกว่า มีสัดส่วน น้ำหนัก และแนวความคิดนั้น จะกลายเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และสิ่งนั้น ก็อาจกลายเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงก็เป็นได้

Go to fullsize imageคลิกขยายภาพครับ
อันนี้เป็นดวงดาวแห่งโซโลมอนครับ เป็นที่ตั้งของเมืองแต่ละเมืองเมื่อตีเส้นระหว่างเมืองต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลของ อัศวินนักรบ (Knights templar) ในฝรั่งเศส จะได้รูปดาว 5 แฉกครับ


edit @ 2006/02/05 22:12:19
edit @ 2006/02/05 22:14:36

เรื่องราวที่ถูกปกปิดกันมายาวนาน ตลอดช่วงเวลากว่าพันปี มีภารถกเถียง เมื่อเหล่านักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่เริ่มสงสัยในความปาฏิหาริย์ทางวิทยาศาสตร์ จากข้อสงสัยนี้เริ่มเป็นจริง เมื่อมีการค้นพบ ม้วนพระคัมภีร์เดดซี ในถ้ำที่กุมราม ใกล้ทะเลเดดซี

 The image http://www.american-pictures.com/genealogy/descent/photos/Isaiah.Dead.Sea.scroll.jpg cannot be displayed, because it contains errors.The image http://news.bbc.co.uk/olmedia/130000/images/_131778_dead_sea_scrolls_caves150_grab.jpg cannot be displayed, because it contains errors.
ม้วนพระคัมภีร์เดดซี ที่ยึดถือกันมานานหลายพันปี ตั้งแต่ก่อนการประสูติของพระเยซู กระทั่งพระประสูติกาล มีการแปลความมีหลายส่วนที่ไม่ตรงกับพระคัมภีร์ ที่ใช้กันในปัจจุบัน

The image http://www.deism.com/images/Constantine.jpg cannot be displayed, because it contains errors.
ความจริงที่ถกเถียงกัน มานานหลายศตวรรษ จักรพรรดิคอนสแตนตินมหาราช แห่งอาณาจักรไบแซนไทน์ ผู้สถาปนาศาสนาคริสต์นิกาย โรมันคาทอลิก ภายหลังก็เกิดลัทธิความเชื่อทางศาสนาที่แปลกแยกนิกายออกไปจากองค์ศาสนานิกายหลัก คือ โรมันคาทอลิก ความจริงนี้ ทำให้ชาวคริสต์ต่าง ๆ เชื่อในสิ่งที่คริสตจักรได้สั่งสอนกันมาอย่างยาวนานไปในทิศทางเดียวกัน แต่ในบางครั้งคริสตจักรต้องต่อต้านเหล่าผู้ที่คัดค้านคำสอน คริสต์จักรได้ใช้วิธีการรุนแรงเพื่อพิทักษ์ปกป้องความเชื่อทางศาสนา

ในยุคกลางนั้น ศาสนาที่มีอิทธิพลมาก ที่สุดคือ คริสต์จักรโรมันนิกายโรมันคาทอลิก องค์สังฆราชหรือองค์พระสันตะปาปา เป็นผู้ปกครองคริสต์นิกายนี้ด้วย และก็ไม่ยอมให้แตกแนวออกไป ต่อมา ก็เกิดนิกายใหม่ คือ นิกาย โปรแตสแตนส์ ปัจจุบันก็มีผู้นับถือมากเช่นกัน ในช่วงแรกก่อตั้งนั้น มีการต่อต้านจากนิกายหลัก คือ โรมันคาทอลิคกับพยายามกล่าวหาว่าผู้ที่นับถือนิกายโปรเตสแตนส์ เป็นพวก นอกรีต 

The image http://www.mysticmissal.org/a17a36f0.jpg cannot be displayed, because it contains errors.The image http://www.booksamillion.com/bam/covers/0/85/115/807/0851158072.jpg cannot be displayed, because it contains errors.

การกำจัด พวกนอกรีต ทำให้เกิดสงคราม ครูเสด ครั้งที่เรียกว่า อัลไบเจนเซียนครูเสด(Albigensian Crusade) เกิดขึ้นใน ค.ศ. 1209 ครั้งนั้น พระสัตะปาปา อินโนเซนต์ที่ 3 ผู้ทรงอิทธิพล สั่งเหล่านักรบครูเสด ทำการกวาดล้าง ชาวเมือง อัลไบ (Albi) ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส แคว้น อากุยแตน เพราะชาวบ้านเหล่านี้เชื่อในศาสนาที่แยกออกไป ชาวอัลไบเจนเซียน เหล่านี้ก็เป็น่ชาวคริสต์เช่นกัน แต่มีความเชื่อในศาสนานิกายที่เกิดขึ้นใหม่ ขณะนั้นเรียกว่า คาธาร์ส (Cathers) มีคำสอนที่ผิดแผกออกไปจากนิกายโรมันคาทอลิก จนถึงปฏิเสธ ความเชื่อในแบบคาทอลิค ด้วย

คำว่า ครูเสด หมายถึง สงครามที่พวกคริสเตียนได้กระทำต่อมุสลิม เริ่มตั้งแต่ ค.ศ. 1099 เป็นต้นมา เป็นเวลา 150 ปี เพื่อกู้ศาสนาต่าง ๆ ของคริสต์จักร ที่เมือง เบธเลเฮม และเยรูซาเลม โดยมีพวกที่มีเครื่องหมายกางเขนติดไว้ ครูเสด แปลว่า ติดด้วยเครื่องหมายกางเขน จะเป็นที่อกหรือที่ใดก็ตาม ต่อมาใช้หมายถึงสงคราม ทั่ว ๆ ไปที่พวกคริสต์ต่อต้านพวกนอกศาสนา ตามแต่ สังฆนายก (bishop)ของโรมันจะบัญชาว่าเป็นศัตรูของคริสต์จักร

ชาวนิยาย คาธาร์ส เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีจิตวิญญาณสิงสู่ทั้งด้านดีและด้านร้าย แม้แต่พระเจ้าผู้สร้างโลก หรือพระเยซู เช่น มีความโลภ ในการปล่อยน้ำท่วมโลก ทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง ทำให้นิกายคาธาร์ส มีพิธีกรรมทีสังเวยทั้งความดีและความชั่วคู่กัน มีทั้งเทพเจ้าที่ดีและเทพเจ้าที่ร้าย แบบลัทธิ เพกัน

The image http://www.loyno.edu/~seduffy/popeinnocentIII.jpg cannot be displayed, because it contains errors.
Pope Innocent III

ทำให้พระสันตะปาปาอินโนเซนต์ที่ 3 ถือโอกาสผู้ที่นับถือนิกาย คาธาร์ส ทั้งหมดนี้เป็นพวกนอกรีต เป็นอันตรายต่อศาสนา จึงต้องถูกกำจัดและกวาดล้าง ทำสงครามครูเสดขึ้น ถึงกับฆ่าล้างเผ่าพันธ์กันเลยทีเดียว แม้กระทั่งผู้หญิง เด็ก และคนแก่

การกวาดล้าง ของ นิกายโรมันคาทอลิคนั้น รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งอิทธิพลและความแข็งแกร่งก็เพิ่มขึ้นด้วย รวมถึงอำนาจการปกครองบ้านเมือง หรือสถาบันกษัตริย์ และขุนนางอีกด้วย ศาสนจักรมีกองทัพนักรบเป็นของตนเอง

The image http://www.ordotempli.org/william_of_claremeont_defending_acre_1291.jpg cannot be displayed, because it contains errors.

ภายหลัง จากสงครามครูเสด ผ่านพ้นไป อำนาจของศาสนจักรก็ยิ่งเพิ่มพูน เข้มแข็งขึ้น ไม่มีผู้ใดกล้าต่อรองแม้แต่กษัตริย์ หรือผ่ายการเมืองการปกครองก็ตาม ทำให้คริสจักรมีอำนาจ เป็นเวลาหลายศตวรรษ คริสตจักรโรมันคาทอลิกที่กระทำต่อกลุ่มคนหนึ่งจนเป็นปริศนาท้าทายการสืบค้นมาจนทุกวันนี้ คือการกำจัดเหล่าอัศวินนักรบ จากสงครามครูเสด ที่เรียกตนเองกว่า ไนต์ส เทมปลาร์ (Knights Templar) หรือในนาม อัศวินแห่งวิหารโซโลมอน (Knights of Temple of Solomon) กลุ่มคนเหล่านี้เกิดขึ้น หลังจากชัยชนะในสงครามครูเสด ครั้งแรกใน ค.ศ. 1099 และแตกกระจายออกไปทั่วยุโรปตะวันตก โดยเฉพาะฝรั่งเศส อัศวินกลุ่มนี้แตกขยายเครือข่ายและเติบโตสร้างอิทธิพลมากขึ้น ๆ ไม่เพียงแค่อิทธิพลเท่านั้น พวกเขามีทรัพย์สินเงินทอง จนเป็นเศรษฐีด้วยเช่นกัน จนกลายเป็นนายทุนให้กับเหล่า เจ้าชาย ขุนนาง นักปกครอง แม้แต่กษัตริย์ บางพระองค์ยังต้องรับการช่วยเหลือทางการเงินจากอัศวินกลุ่มนี้ จนทำให้เกิด ระบบ ธนาคาร ขึ้นเป็นครั้งแรกในยุโรป

The image http://www.chrono.org/qpics/knight.jpg cannot be displayed, because it contains errors.

สิ่งที่เป็นปริศนาคือ อัศวินไนต์ เทปปลาร์ เหล่านี้ร่ำมรวยขึ้นมาได้อย่างไร? สมาชิกเหล่านี้ไม่ปรากฏว่าสืบเชื้อสายจากวงศืตระกูลเศรษฐีมาก่อน จนมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า พวกเขาพบสิ่งบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงชีวิตหลังจาก ชนะสงครามครูเสด และเข้ายึด กรุงเยรูซาเลมมาจากชาวมุสลิมได้ จนทำให้มีอำนาจการต่อรองกับคริสตจักรโรมันคาทอลิก ทำให้อัศวินกลุ่มนี้มีสิทธิพิเศษ มากมาย

แต่ในปี 1307 ฝ่ายคริสตจักรได้ร่วมมือกับฝ่ายปกครองได้วางแผนการกำจัดเหล่าอัศวินกลุ่มนี้ให้สิ้นซาก และไม่ต้องการให้อัศวินกลุ่มนี้ใช้ บางสิ่งบางอย่าง ต่อรองกับคริสต์จักร เหล่า อัศวินนักรบ (Knights templar) ถูกวางแผนให้กำจัดหมดสิ้นทั่วแผ่นดิน โดยอ้างว่า มีความเป็นภัยต่อคริสต์ศาสนา