ความเชื่อของนักวิทยาศาสตร์ ที่ว่า มันเกิดมาจากไหน สันติฐานมาจากการพบฟอสซิลของไดโนเสาร์ และส่วนต่าง ๆ ที่มีลักษณะ คล้ายกับมังกร
มังกรตามความเชื่อของคนโบราณ
จึงเป็นที่รู้จักกันในนามไดโนเสาร์ แต่ความเชื่อเรื่องมังกรก็ยัง
ไม่หมดไป ฟิวส์เดินทางไปยังเบอร์ลินประเทศเยอรมนี
เขาเริ่มจากพิพิธภัณฑ์ฮัมโบร ที่นี่เองมี ฟอสซิลของ
อาร์เคอ๊อกเทอรีส นกดึกดำบรรพ์ในยุคจูราสสิก
บรรพบุรุษของสัตว์จำพวกนก

ถ้าพบกแต่โครงกระดูกของสัตว์ดึกดำบรรพ์เราก็อาจคิดว่ามันคือไดโนเสาร์ธรรมดา
แต่เมื่อ อาร์เคอ๊อกเทอรีส มีปีกและขนเหมือนนกปกคลุมอยู่ทุกตัว
มันก็น่าจะบินได้ แต่ก็ใช่ว่า อาร์เคอ๊อกเทอรีส
จะเหมือนมังกรไปเสียทุกอย่าง ส่วน สัตว์ตระกูล เทโรซอร์จะมีความแตกต่างไปนิดคือมีปีกกว้าง
40 ฟุต นอกจากนี้ยังมีอุ้งมือขนาดใหญ่ มีขากรรไกรที่ยาวมาก
และมีฟันขนาดใหญ่
ไดโนเสาร์ตระกูลนี้จึงน่าจะใกล้เคียงกับมังกรมากที่สุด

สเตกอร์ซอรัส เป็นไดโนเสาร์ที่มีแผงหลังขนาดใหญ่
แต่มีส่วนหัวเล็ก ที่หลังมีกระดูกเรียงกันเป็นแถว
และมีขนาดลำตัวยาวถึง 9 เมตร สเตกอซอรัสเป็นไดโนเสาร์กินพืช
แต่ประโยชน์ที่แท้จริงของแผงหลังก็ยังคงเป็นปริศนา มีการคาดเดาไปต่าง
ๆ นา ๆ ไม่ว่าจะควบคุมอุณหภูมิร่างกาย หรือใช้ป้องกันตัวเอง
หรือแม้กระทั่งเพื่อความสวยงาม แต่รูปร่างของสเตกอซอรัส
คริทอซอรัส อาศัยลึกเข้าไปในป่าบนเนินเขา
ฟอสซิล ของโคริทอซอรัส ยังมีสภาพสมบูรณ์
ทำให้เราเห็นรูปร่างหน้าตาได้ชัดเจน เมื่อสังเกตตัวอย่างชองฟอสซิล
สามารถเห็นได้แม้แต่ริ้วรอยตามผิวหนัง

มังกรอาจมีน้ำหนักตัวเบาเหมือนกับไดโนเสาร์กินพืชหลายชนิด
ที่ร่างกายเต็มไปด้วยอากาศก็ได้ ทำให้มันบินขึ้นจากพื้น
ทำให้ไม่ต้องใช้แรงมากเหมือนที่คิดกัน
ถ้ามังกรมีปีกขนาดใหญ่เหมือนเทโรซอร์ และมีกระดูกกลวง
ก็บินได้เหมือนกัน

ชาวมายา ก็มีเรื่องเล่า
ตามตำนานโบราณได้ว่ารูปร่างของมังกรเอาไว้ ว่า
เป็นสัตว์ที่บินลงมาจากฟากฟ้า ลำตัวเป็นสีเขียวเปล่งประกาย
ส่วนหัวดูน่ากลัว มีกรามคล้ายกับจระเข้ นกท้องถิ่นในป่าเม็กซิโก
จะเป็นที่มาของมังกร ตามความเชื่อของชาวมายา
เม็กซิโกไม่เพียงแต่เป็นแหล่งความเชื่อเรื่องมังกรมนยุคหินเท่านั้น
แต่ยังเป็นแหล่งความเชื่อเรื่องสัตว์ประหลาดอีกด้วย
คาบสมุทร ยูคาทาล
ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นจุดที่อุกกาบาทนอกโลกพุ่งชน เมื่อ 65
ล้านปีก่อน อุกกาบาทขนาดมหึมาที่พุ่งชนโลก
ได้ทำลายล้างสิ่งมีชีวิตไปมากกว่าครึ่ง นักโบราณคดีพบว่า
มีไดโดนเสาร์หลายชนิดรอดชีวิตมาได้ และอยู่อีกต่อมาอย่างน้อย 200,000
ปี จนสิ้นสุดยุค ครีเตเชียส
ถ้ามังกรพ่นไฟ
ถ้ามังกรพ่นไฟมีอยู่จริง พวกมันจะทำอย่างงั้นได้หรือไม่
ตามหลักวิทยาศาสตร์ มังกรอาจมีลมหายใจที่พ่นไฟได้จริง
ตามทฤษฏีถ้าร่างกายของมังกร ผลิตฟอสฟอรัส หรือ โพแตสเซียมได้
และไปทำปฏิกิริยากับมีเทน และออกซิเจนในร่างกาย มันก็จะสร้างลูกไฟได้
ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ ในที่สุดมังกรในจินตนาการ
ก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา
อันนี้เป็นอย่างย่อครับ
ส่วนเนือเรื่องทั้งหมด http://thammachat.tripod.com/conviction/dragon.htm
เข้าไปอ่านได้ครับ
จากเวปของผมเอง ไม่ได้โพสมาหลายวัน ไม่ได้ไปไหนหรอกครับ มัวแต่วางกับดัก บนเวป หรือ หาพันธมิตรแลกลิงค์อยู่ครับ