2007/Apr/19

ปริศนา หีบแห่งพันธะสัญญา


หีบพันธะสัญญา The Ark of Covenant เป็น หีบที่สร้างขึ้นตามพระบัญชาของพระเจ้า เพื่อเป็นที่บรรจุแผ่นหินจารึกบัญญัติ 10 ประการของพรองค์ ที่ประทานแก่ โมเสส ในระหว่างที่เขาพาพวกฮีบรูเร่ร่อนอยู่กลางทะเลทราย อันกันดาร หีบแห่งพันธะสัญญานั้นเป็นวัตถุมงคลที่ถูกแบบนำหน้าขบวนชนชาวฮีบรูตลอดการ เดินทาง ถูกนำไปประดิษฐานในวิหารโซโลมอน ถูกนำแบกรอบเมือง เจริโค เมื่อครั้งโจชัว ทำลายเมืองนั้น เรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิลเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์และอิทธิฤทธิ์ของหีบ ที่จะทำลายล้างผู้บังอาจเข้าไปแตะต้อง ก็จะถูกเพลิงเผาพลาญตาย

เรื่องราวของหีบแห่งพันธะสัญญามีปรากฏอยู่ในพระคัมภีร์เก่า เล่ม Exodus ที่บอกไว้ว่า พระเจ้ามีพระบัญชาให้โมเสสสร้างหีบแห่งพันธะสัญญาและทาเบอร์เนเคิล (Tabernacle) หรือ ศาลที่ประดิษฐานหีบนี้ขึ้น พระองค์ตรัสว่า เจ้า จะสร้างทาเบอร์เนเคิลเป็นที่สถิตของเรา ณ ที่นั่น เราจะติดต่อกับเจ้าจากการุณอาสน์ จากระหว่างเทพยดา 2 องค์บนหีบ แห่งพันธะสัญญา (Exodus XXV:22) ตามโองการของพระเจ้า ลักษณะและสัดส่วนของหีบพันธะสัญญา เป็นหีบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำด้วยไม้ชิดติม (Shittim) ยาว 2.5 คิวบิท กว้าง และสูงเท่ากัน คือ 1.5 คิวบิท (เทียบหน่วยคิวบิทของอียิปต์ ซึ่ง 1 คิวบิทเท่ากับ 525 ซ.ม. หีบก็จะยาว 1.3 เมตร กว้างและสูง 76 ซ.ม.)

ลักษณะคร่าว ๆ

บุด้านนอกและด้านในด้วยแผ่นทองคำ โดยรอบหีบด้านบนยกเป็นขอบสูงขึ้นเล็กน้อย ที่มุมสี่ด้านมีห่วงทองคำสำหรับสอดไม้คาน เพื่อแบกหามเวลาเดินทาง และไม้คานดังกล่าวก็ทำจากไม้ชนิดเดียวกันหุ้มด้วยแผ่นทอง และมีคำสั่งห้ามถอดไม้คานออกด้วยครับ

ส่วนฝาหีบ มีชื่อเรียกว่า Mercy Seat หรือ การุณอาสน์ มีขนาดรับกับตัวหีบ และบุแผ่นทองเช่นเดียวกัน ด้านบนมีเทวดาสององค์สยายปีก หันหน้าเข้าหากัน ปีกทั้งสองโอบคล้ายซุ้มโค้งเหนือหีบ

นอก จากส่วนต่าง ๆ ของหีบแล้ว เรื่องราวบางตอนที่เล่าขานที่ผู้ใดแตะต้องต้องถึงแก่ความตายนั้น ก็ไม่มีร่องรอย ไม่มีเศษซาก ใด ๆ หลงเหลืออยู่ จากหีบที่กลายเป็นตำนานก็ยังเลื่อนลอย ในหลาย ๆ ด้าน นอกจากในพระคัมภีร์ ก็ไม่อาจยืนยันได้ว่ามีจริงหรือไม่ ครับ

 

ปีเตอร์ แวน มุสเซนโบรค

อย่าง ไรก็ตาม ก็มีผู้ช่างคิดช่างสงสัย วิเคราะห์แล้วบอกว่า หีบนั้นหุ้มด้วยแผ่นโลหะต่างหาก ทั้งด้านในและด้านนอกครับ อีกทั้ง รูปเทวดาสยายปีกอีกด้วย

ทำให้ชวนนึกถึงอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ ที่ประดิษฐ์ขึ้นใน ศตวรรษที่ 16 นั่นก็คือ ขวดแก้วไลเดน (Leyden Jar) ซึ่ง ปีเตอร์ แวน มุสเซนโบรค ได้คิดค้นขึ้น เมื่อปี ค.ศ. 1745

ขวดแก้วไลเดน เป็น อุปกรณ์เก็บสะสมประจุไฟฟ้า แบบง่าย ประกอบด้วยขวดแก้วที่มีแผ่นตะกั่วบาง ๆ ปิดทับผิวขวด ทั้งด้านในและด้านนอก สูงห่างจากปากขวดสัก 1 ใน 3 ของความสูงขวด ปากขวดปิดด้วยฝาไม้ซึ่งมีแผ่นทองเหลืองสอดทะลุผ่านลงมา ปลายของแท่งทองเหลืองเป็นปุ่มกลม ๆ ส่วนปลายล่างที่หย่อนลงมาในขวดต่อกับโซ่โลหะสั้น ๆ ที่ยาวลึกลงมาถึงส่วนที่มีแผ่นตะกั่วปิดทับ


แผ่น ตะกั่วทั้งสองด้านก็จะกลายเป็นเพลท หรือขั้วไฟฟ้าลบ (ด้านนอก) ไฟฟ้าขั้วบวก (ด้านใน) ครับ โดยมีเนื้อแก้เป็นฉนวน เมื่อผิวด้านนอกขั้วลบ ต่อกับสายดินหรือ่านตัวนำใด ๆ ลงดิน ก็จะเกิดประจุไฟฟ้าขึ้น และสะสมอยู่ภายในขวด หากปุ่มกลม ที่ปลายบนของแท่งทองเหลืองสัมผัส กับตัวนำประจุไฟฟ้าก็จะปล่อยออกมานั่นเองครับ และถ้าสิ่งที่เป็นตัวนำอย่างคนไปแตะเข้า เขาคนนั้นก็จะถูกไฟฟ้าช๊อตสะดุ้งเลยทีเดียว

เป็น ไปได้หรือไม่ว่า หีบแห่งพันธะสัญญา นั้นเป็นตัวเก็บประจุไฟฟ้าที่มีหลักการคล้ายคลังกับขวดแก้วไลเดนนี้ โดยมีแผ่นทองที่บุด้านในและด้านนอกเป็นเพลท ไม้ตัวหีบเป็นฉนวน ส่วนฝาหีบนั้นอาจจะแตกต่างจากหลักการของขวดแก้วไลเดน อยู่บ้างเพราะฝาขวดไลเดนจะไม่เป็นสื่อไฟฟ้า เพียงแต่มีแท่งโลหะที่เป็นสื่อไฟฟ้าสอดผ่าน ส่วนฝาหีบแห่งพันธะสัญญานั้นทั้งบุแผ่นทองทั้งมีรูปเทวดาทองคำอยู่สององค์ ซึ่งล้วนแต่เป็นสื่อไฟฟ้าทั้งนั้น จึงสันนิษฐานว่า เทวดาสององค์นั้นรูปหนึ่ง น่าจะเชื่อมกับแผ่นทอง ที่บุด้านนอกหีบและทำหน้าที่เป็นขั้วลบที่ต่อลงดิน ส่วนเทวดาอีก รูปก็น่าจะต่อเชื่อมกับแผ่นทองที่บุด้านในหีบและทำหน้าที่เป็นขั้วบวก หีบจึงเป็นตัวเก็บประจุไฟฟ้านั่นเองครับ

ความแรงของประจุไฟฟ้า

ทาง ด้านขวดแก้วไลเดนนั้นมีขนาดเท่ากับขวดกาแฟความจุ 500 กรัม สามารถเก็บประจุไฟฟ้าได้ประมาณ 200 โวลต์ นับว่าไม่น้อยเลยนะครับ ส่วนหีบพันธะสัญญานั้นใหญ่กว่ามาก ถึง 125 เท่า จึงเก็บประจุไฟฟ้าได้มหาศาลเลยทีเดียว แถมยังปล่อยประจุไฟฟ้าออกมาได้นานกว่าด้วย ดังนั้น ศักยภาพในการเก็บและปล่อยประจุไฟฟ้า นั้น ก็สามารถแรงพอสำหรับคนที่แตะต้อง ถูกช๊อตถึงตายได้เลย

ใน Leviticus X: 1-2 มี เรื่องเล่าวถึงนาดับกับอบิลลู บุตรชายของอารอน ว่า ทั้งสองนำกระถางเครื่องหอมเข้าไปใน ทาเบอร์เนเคิล (ศาลที่ประดิษฐานหิบ) และจุดไฟขึ้น สักการะพระเจ้าด้วยไฟ แต่พระองค์ทรงห้าม และพระองค์ก็บันดาลให้มีไฟบังเกิดขึ้นและกลืนกินเขาทั้งสอง จึงตายลงเบื้องหน้าพระองค์ และใน II Samuel VI:6-7 เขียน ไว้ว่า ขณะกษัตริย์เดวิดนำหีบแห่งพันธะสัญญาไปยังเยรูซาเลม นั้น อุซซาคนขับเกวียนก็ ยื่นมือของเขาไปยังหีบ และจับหีบไว้เนื่องจากวัวที่จูงนั้นทำให้หีบโยกคลอน การกระทำของอุซซาก่อความกริ้วโกรธของพระเจ้าขึ้นพระเจ้าจึงลงโทษ ให้เขาล้มตายลงข้างหีบทันที

พลังอำนาจใดเล่าที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้? ปาฏิหาริย์แห่งพระเจ้าหรือ? หรือจะเป็นเพียงไฟฟ้าลัดวงจรธรรมดา

ฝา หีบ แห่งพันธะสัญญาเรียกกว่า การุณอาสน์นี้ดูจะเป็นส่วนสำคัญที่สุดของหีบ โดยทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมหรือสวิทช์ ที่จะต่อวงจรให้ครบ หากปราศจากฝาเสียแล้ว หีบแห่งพันธะสัญญาก็คงจะเป็นหีบทองธรรมดา ๆ ที่ไม่มีอิทธิฤทธิ์อันใด นอกจากนั้น ฝาหีบกับตัวหีบยังต่อเชื่อมกันได้สนิทด้วยขอบที่ยกสูงโดยรอบ นับเป็นการออกแบบอย่างรอบคอบเพื่อแก้จุดอ่อนระหว่างรอยต่อได้เป็นอย่างดี อีกด้วยครับ

นอก จากนั้นแล้ว ไม้คานสำหรับหามหีบซึ่งเป็นไม้ยาวหุ้มแผ่นทอง นั้นเข้าใจว่า ห่วงทองทั้งสี่ติดกับไม้ตัวหีบและผ่านทองด้านนอกโดยไม่ต้องสัมผัสกับแผ่น ทองด้านใน คนหามจึงสามารถหามหีบไปได้อย่างปลอดภัย เพราะประจุไม่ครบวงจรนั่นเอง และนั่นจึงมีคำสั่งว่าห้ามถอดไม้คานออกจากห่วงนั้นอีกด้วยครับ

ใน ทัศนะนี้ หีบแห่งพันธะสัญญาจึงเป็นเครื่องมือที่ได้รับการออกแบบมาอย่างชาญฉลาดซับ ซ้อน แสดงว่าผู้ออกแบบต้องมีความรู้และภูมิปัญญาเป็นเลิศในเรื่องการทำงานของไฟ ฟ้า คงจะมีข้อสงสัยที่ว่า เป็นไปได้หรือที่คนในยุคโบราณเช่นนั้นจะมีความรู้ก้าวหน้าในเรื่องไฟฟ้าถึง เพียงนี้ ในขณะที่โลกยุคปัจจุบันก็เพิ่งมาพบและเข้าใจ กับนักประดิษฐ์อุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่กี่ร้อยมานี้เอง

แต่ อันที่จริงแล้ว คนเราก็รู้จักไฟฟ้าสถิตที่เกิดจากการถูแท่งอำพันกับขนสัตว์มานานแล้วครับ เรื่องนี้ปรากฏในบันทึกของธาลีสชาวกรีก เขียนไว้เมื่อ 600 ปีก่อนคริสตกาล จากคำวาElectricity นั้นก็มาจากคำว่าอำพันนั่นเอง

แบกแดดแบตตารี่
 


นอก จากนั้น ในปี 1938 ดร.วิลเลม โคนิก นักโบราณคดีชาวเยอรมันที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ ชาติของอิรักได้พบขวดดินเหนียว ขนาดเล็ก ขวดเหล่านี้จุกปากด้วยน้ำมันดิน มีแท่งเหล็กแทงทะลุจุกลงไปภายใน และโดยรอบแท่งเหล็กมีกระบอกทองแดงล้อมรอบ หลายคนคงจะเคยได้ยินกันในนาม แบกแดดแบตตารี่ นั่นเองครับ

หาก อุปกรณ์เหล่านี้ เช