2007/Apr/02

วันที่ 4 กรกฎาคม ซาลาดินเข้าโจมตีพวกทหาราบของกีย์จนแตกร่น ถูกสังหารบ้างถูกจับเป็นเชลยก็เยอะครับ แต่พวกอัศวินของกีย์ก็ต่อสู้อย่างกล้าหาญ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่พยายามต้านทานการเข้าจู่โจมของซาลาดิน ให้ถอยออกไป เรย์มอนด์ แห่งทริโบลี พยายามตีปีกขวาฝ่าวงล้อมของซาลาดินเพื่อจะเปิดทางเข้าสู่ทิเบอรเรียส กระทั่งพวกมุสลิมต้านไม่อยู่ อัศวินเหล่านั้นจึงควบม้าทะลุผ่านออกไปได้ แต่เขาไม่สามารถย้อนกลับไปหากษัตริย์ กีย์ของเขาได้ เรย์มอนด์ จำขับม้าหนีไปอีกทาง แต่จนแล้วจนรอดเขาก็สิ้นชีวิตลงในสองสามอาทิตย์ต่อมา

 จากการถูกล้อมด้วยกำลังที่เหนือกว่า พวกอัศวินครูเสดถอยขึ้นไปเนินเขาไปยังนอร์ออฟแฮตติน เต๊นท์ของกีย์ กว่าสองคืนที่พวกเขาและม้าไม่มีน้ำให้กินเลยครับ พวกทหารมุสลิมได้ทีจุดไฟเผาพุ่มไม้ที่อยู่เหนือลมทำให้ควันไฟเพิ่มความลำบากแก่ พวกครูเสดที่ตั้งรับอยู่มีการโจมตีเกิดขึ้นอีกหลายระลอกจน กระทั่งซาลาดินที่สังเกตการณ์อยู่ใน ระยะไกลเห็นเต๊นท์ของกีย์ล้มลง เขาทราบได้ว่าการต่อสู้จบลงแล้ว เขาลงจากหลังม้า และขอบคุณต่อพระอัลเลาะห์ผู้เป็นใหญ่

 

กีย์ เรย์โนลด์ และเจอราร์ด ถูกพาตัวมาที่เต๊นท์ของซาลาดิน จานั้นซาลาดินก็ส่งเหยือกน้ำแก่กีย์เพื่อดับกระหาย ซึ่งตามธรรมเนียมของอาหรับเป็นการให้คำมั่นว่าข้าศึกจะได้รับการดูแล เมื่อกีย์ส่งเหยือกน้ำต่อไปยัง เรย์โนลด์ ซาลาดิน ร้องออกมาว่า "ท่านเป็นผู้ให้น้ำแก่เขาไม่ใช่ตัวข้า" แม้ว่าเขาจะสาบานไว้แล้วว่าจะเอาชีวิตเรย์โนลด์ แต่เขายังเสนอว่าจะ ไว้ชีวิตถ้า เรย์โนลด์จะยอมให้เขานับถือศาสนาอิสลาม แต่เรย์โนลด์ ปฏิเสธอย่างยโส ซึ่งทำให้ซาลาดินที่โกรธจัดกระโจนออกไปจากเต๊๊นท์และกลับเข้ามาพร้อม ดาบโค้งและฟาดฟันเรย์โนลด์กองกับพื้น จากนั้น ทหารของเขานายหนึ่งออกมาจัดการกับครูเสด ผู้ชอบปล้นสะดมจนเสร็จสิ้น ทำให้กีย์สั่นไปทั้งตัวเมื่อเห็นทหารมุสลิมลากร่างที่ไร้ศีรษะของเรย์โนลด์ออกไป แต่ซาลาดินปลอบใจเขาว่า "กษัตริย์ย่อมไม่ฆ่ากษัตริย์ แต่มันผู้นั้นไม่ล่วงละเมิดทุกสิ่งทุกอย่าง" 

 

ทางด้านเจอราร์ด เดอ ริดฟอร์ด ซาลาดินใช้ให้ไปเกลี้ยกล่อม พวกที่ป้องกันป้อมค่ายที่ แอสคาลอน และกาซา ให้ยอมแพ้ซะ ส่วนที่เหลือซาลาดิน สั่งให้ตัดหัวพวกพระนักรบจากเมืองหลวงและไนท์เทมปลาร์ โดย ซูฟิส ผู้เป็นพระนักบวชเป็นคน จัดการ ส่วนพวกคนชั้นสูงก็ถูกเรียกค่าไถ่ และทหารถูกขายเป็นทาส ซึ่งจำนวนผู้ที่ถูกขายในตลาดทาส ดามัสกัส มากมาย จนกระทั่งมีผู้กล่าวว่ารองเท้าแตะคู่หนึ่งสามารถซื้อทาสได้ 


 

ซาลาดิน

หลังจากถูกล้อมอยู่สามสิบวัน เอาท์รีมเมอร์ ก็แตกพ่ายและนครเยรูซาเลมเปิดประตูออกต้อนรับพวกมุสลิม เดือนตุลาคม 1187 ซาลาดินเข้าเมืองในวันฉลอง ที่ตรงกับวันที่ศาสดามะหะหมัด เดินทางสู้สวรรค์ผิดกับการเข้ายึดครองเยรูซาเลม โดยพวกคริสเตียนในปี 1099 ครั้งนี้ที่ไม่มีการสังหารหมู่ และปล้นสะดม  พวกชนชั้นสูงและผู้มีอันจะกินถูกเรียกค่าไถ่เช่นเคย อีกหมื่นกว่าคนถูกส่งไปยังตลาดค้าทาส และฮาเร็มที่ดามัสกัสและอาเลปโซ สุเหรา อัลอักซา และศิลาโดม ได้รับการปรับปรุงให้เป็นสถานที่ทางศาสนาอิสลาม และทำลายโบสถ์สำคัญ กระทั่งสามวันต่อมาศิลาโดมได้เปิดขึ้นอีกครั้ง เพื่อต้อนรับพวกจาริกแสวงบญคริสเตียนโดยเสียค่าเข้าคารวะบูชา หลังจากชื่นชมกับรสแห่งชัยชนะ ทางด้านซาลาดิน ก็กลับสู่ดามัสกัส ในเดือนมีนาคม 1188 ในปีเดียวกันกีย์ที่ถูกคุมขังอยู่ ได้รับการปล่อยตัวในเงื่อนไขที่ว่าเขาจะไม่จับอาวุธทำสงครามอีก


ขณะนั้น ไทร์ เป็นท่าเรือทางทะเลที่ยังอยู่ในความคุ้มครองของพวกครูเสด กองทหารรักษาการณ์ในป้อมที่อยู่ในบังคับบัญชา ของ คอนราด มากีส์ เดอ มองท์เฟอราท ผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อซาลาดิน หลังจากการโจมตีเมืองครั้งแรกถูกต่อต้านจนต้องล่าถอยออกมา ซาลาดินตัดสินใจว่าจะพักชั่วคราวระหว่างฤดูหนาว เขามั่นใจว่าจะต้องเข้าพิชิตพวกเอาท์รีมเมอร์ ได้ในเวลาไม่นาน แต่แล้ว


 

โบ๊ป เกรกอรี ที่ 8 กับ บาร์บารอสซา

สองเดือนหลังจากการรบที่แฮตติน ข่าวเรื่องการพ่ายแพ้อย่างย่อยยับของพวกครูเสดแพร่ไปถึงฝรั่งเศส โป๊ป เกรกอรี ที่ 8 เรียกร้องให้มีครูเสด ครั้งใหม่ และจักรพรรดิเยอรมัน เฟรด เดอริคที่ 1 ี่รู้จักกันในนาม ของ บาร์บารอสซา นำไพร่พล 40,000 คน เดินทางทางบกไปสู่ดินแดนศักดิ์์สิทธิ์ โชคอยู่ข้างซาลาดิน อีกแล้วครับ เพราะ บาร์บารอสซา จมน้ำตายขณะที่ข้ามแม่น้ำคาไลแคดนัสใน ไซเลเซีย


 

 ส่วนกีย์ ก็ทิ้งคำสาบาน ที่จะไม่จับอาวุธอีก เขารวบรวมกำลังอีกครั้ง ในเดือนสิงหาคม 1189 กองเรือคริสเตียนนำไพร่พล เตรียมล้างแค้น

อ่านไปอ่านมา นึกว่าลอร์ด ออฟ เดอะ ริงค์ เลยนะ

Comment

Comment:

Tweet


ความลับมาบอก เป็นเรื่องจิงที่เกิดขึ้น

>>เคยมีเด็กถูกฆ่าตายที่ห้องน้ำของภารโรง

>>แต่ไม่สามารถหาต้นเหตุของคดีนี้ได้

>>จึงได้ปล่อยร่างไร้วิญญาณของเด็กน้อยทิ้งไว้ ณ ที่แห่งเดิม

>>ไม่มีการทำพิธีอะไรทั้งสิ้น วิญญาณของเด็กจึงล่องลอยวนเวียนอยู่ที่รร.

>>เป็นเวลาหลาย 10 ปี

>>จนวันหนึ่งได้มีกลุ่มนร.หญิงเข้าไปในห้องน้ำนั้นเพื่อหวังจะแกล้งภารโรง

>>จึงได้พบกับวิญญาณของเด็กน้อย กำลังไต่ไปตามเพดาน พร้อมแสยะยิ้มให้

>>พวกเทอกลัวมากรีบวิ่งออกจากห้องน้ำ

>>แต่เพื่อนคนหนึ่งพลันไปเหยียบแอ่งน้ำที่พื่นเข้า

>>จึงได้ล้มและไปสะดุดขาของเพื่อนอีกคนหนึ่งเข้า

>>เพื่อนคนนั้นได้จับแขนของอีกคนไว้จึงล้มกันมาเป็นทอดๆและหัวฟาดพื้นตายหมด

>>วิญญาณของพวกเขาจึงวนเวียน ณ ที่แห่งนั้นตลอดไป

>>จงส่งต่อไปอีก 20 กระทู้ ภายใน 7 ชม.

>>ต่อแรกเราก็ไม่เชื่อหรอกแต่เพื่อนเราประสบอุบัติเหตุไปแล้ว 5คนตั้งแต่เราอ่าน

.....ไม่รู้จะคิดไงกันนะ แต่เราว่ากันไว้ดีกว่านะ

#2 by (58.10.158.49) At 2008-08-02 19:02,
ตอน2นี่สั้นกว่าตอน1อีกนะเนี่ย
อ่านสบายดี
#1 by yium At 2007-04-02 12:45,