2006/Apr/07

มาต่อเชื้อสายพระเยซู นะครับ ตอนที่แล้วไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ ก็เลยไปค้นในไบเบิลอีกที เพิ่งนึกได้ว่าเราก็มีไบเบิล คือ ในอดีต ผมเคยนับถือคริสต์ อยู่ช่วงหนึ่ง เมื่อนานมาแล้ว เพื่อหาอะไรบางอย่าง ผมรู้จักชาวคริสต์อยู่บ้างครับ นิสัย ใจคอ การประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ มาถึงตอนนี้ ก็กลับมาดูในไบเบิลอีกที เพราะไม่ได้อ่านมานาน เอาไว้ศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพาะครับ ก็เลยมาจับอีกที แต่ศึกษาเท่านั้น ตามคติของผมคือ จะทำอะไรต้องลองด้วยตัวเองถึงจะรู้ดีที่สุดครับ แต่ตอนนี้ผมหันมาสนใจศาสนาชินโตเข้า แต่ยังไม่เข้าใจลึกซึ้งกับศาสนานี้เท่าไหร่ เท่าที่ทราบเป็นการรวมวิทยาศาสตร์และธรรมชาติเข้าด้วยกัน สิ่งมีชีวิต เทคโนโลยี จะคล้อยตามธรรมชาติ ตามธาตุต่าง ๆ คือ สัญลักษณ์คือ มังกร ที่เป็นศูนย์รวมของธาตุทั้ง 5 เหมือนของจีน คิดว่าเป็นศาสนาที่แตกแขนงกันออกไป

กลับมาที่ พระเยซูกันต่อ ลำดับพงศ์ของพระเยซูคริสต์ ใน ลูกา 3 ย่อหน้าที่ 23-38 หน้า 235-236

อันนี้ผมของเรียงตามต้นกำเนิด มาก่อน แต่ในไบเบิล ลูกาเขียนจากพระเยซูมาก่อนครับ มันยาวไปหน่อยครับ แต่ตัดไม่ได้ครับ เพื่อจะได้ข้อมูลที่แท้จริง

เริ่มต้นที่  พระเจ้า  มี บุตร ชื่อ  อดัม
อดัม มี บุตร ชื่อ  เสท

เสท มี บุตร ชื่อ  เอโนส

 เอโนส มี บุตร ชื่อ  ไคนาน

 ไคนาน มี บุตร ชื่อ  มาหะลาเลเอล

 มาหะลาเลเอล มี บุตร ชื่อ  ยาเรด

 ยาเรด มี บุตร ชื่อ  เอโนค

 เอโนค มี บุตร ชื่อ  เมธูเสลาห์

 เมธูเสลาห์ มี บุตร ชื่อ  ลาเมค

 ลาเมค มี บุตร ชื่อ  โนอาห์

 โนอาห์ มี บุตร ชื่อ  เชม

 เชม มี บุตร ชื่อ  อารฟาซัด

 อารฟาซัด มี บุตร ชื่อ  ไคนาน

 ไคนาน มี บุตร ชื่อ  เซลาห์

 เซลาห์ มี บุตร ชื่อ  เอเบอร์

 เอเบอร์ มี บุตร ชื่อ  เปเลก

 เปเลก มี บุตร ชื่อ  เรอู

 เรอู มี บุตร ชื่อ  เสรุก

 เสรุก มี บุตร ชื่อ  นาโฮร์

 นาโฮร์ มี บุตร ชื่อ  เทราห์

 เทราห์ มี บุตร ชื่อ  อับราฮัม

 อับราฮัม มี บุตร ชื่อ  อิสอัค

 อิสอัค มี บุตร ชื่อ  ยาโคบ

 ยาโคบ มี บุตร ชื่อ  ยูดาห์

 ยูดาห์ มี บุตร ชื่อ  เปเรศ

 เปเรศ มี บุตร ชื่อ  เฮสโรน

 เฮสโรน มี บุตร ชื่อ  อารนี

 อารนี มี บุตร ชื่อ  อัดมิน

 อัดมิน มี บุตร ชื่อ  อัมมีนาดับ

 อัมมีนาดับ มี บุตร ชื่อ  นาโซน

 นาโซน มี บุตร ชื่อ  สัลโมน

 สัลโมน มี บุตร ชื่อ  โบอาส

 โบอาส มี บุตร ชื่อ  โอเบด

 โอเบด มี บุตร ชื่อ  เจสซี

 เจสซี มี บุตร ชื่อ  ดาวิด

 ดาวิด มี บุตร ชื่อ  นาธัน

 นาธัน มี บุตร ชื่อ  มัทตะธา

 มัทตะธา มี บุตร ชื่อ  เมนนา

 เมนนา มี บุตร ชื่อ  เมเลเอา

 เมเลอา มี บุตร ชื่อ  เอลียาคิม

 เอลียาคิม มี บุตร ชื่อ  โยนาม

 โยนาม มี บุตร ชื่อ  โยเซฟ

 โยเซฟ มี บุตร ชื่อ  ยูดาส

 ยูดาส มี บุตร ชื่อ  สิเมโอน

 สิเมโอน มี บุตร ชื่อ  เลวี

 เลวี มี บุตร ชื่อ  มัทธัต

 มัทธัต มี บุตร ชื่อ  โยริม

 โยริม มี บุตร ชื่อ  เอลีเยเซอร์

 เอลีเยเซอร์ มี บุตร ชื่อ  เยซู

 เยซุ มี บุตร ชื่อ  เอร์

 เอร์ มี บุตร ชื่อ  เอลมาดัม

 เอลมาดัม มี บุตร ชื่อ  โคสัม

 โคสัม มี บุตร ชื่อ  อัดดี

 อัดดี มี บุตร ชื่อ  เมลคี

 เมลคี มี บุตร ชื่อ  เนรี

 เนรี มี บุตร ชื่อ  เชอัลทิเอล

 เชอัลทิเอล มี บุตร ชื่อ  เศรุบบาเบล

 เศรุบบาเบล มี บุตร ชื่อ  เรซา

 เรซา มี บุตร ชื่อ  โยอานัน

 โยอานัน มี บุตร ชื่อ  โยดา

 โยดา มี บุตร ชื่อ  โยเสค

 โยเสค มี บุตร ชื่อ  เสเมอิน

 เสเมอิน มี บุตร ชื่อ  มัทธาธีอัส

 มัทธาธีอัส มี บุตร ชื่อ  มาอาท

 มาอาท มี บุตร ชื่อ  นักกาย

 นักกาย มี บุตร ชื่อ  เอสลี

 เอสลี มี บุตร ชื่อ  นาฮูม

 นาฮูม มี บุตร ชื่อ  อาโมส

 อาโมส มี บุตร ชื่อ  มัทธาธีอัส

 มัทธาธีอัส มี บุตร ชื่อ  โยเซฟ

 โยเซฟ มี บุตร ชื่อ  ยันนาย

 ยันนาย มี บุตร ชื่อ  เมลคี

 เมลคี มี บุตร ชื่อ  เลวี

 เลวี มี บุตร ชื่อ  มัทธัต

 มัทธัต มี บุตร ชื่อ  เฮลี

 เฮลี มี บุตร ชื่อ  โยเซฟ

 โยเซฟ คนทั้งหลายเชื่อว่ามีบูตรชื่อ เยซู หรือ พระเยซู

แต่ในตอนกำเนิดของพระแม่มารีย์ นั้น โยเซฟ เป็นคู่หมั้น แต่ก่อน ที่จะอยู่ด้วยกัน ก็มีวิญญาณบริสุทธิ์ เกิดขึ้นมาในครรภ์ ใน มัธธิว 1 

ข้อสังเกต ผมคิดตั้งนาน มันดูขัดแย้งอยู่นะครับ เนื่องจาก โยเซฟ มีเชื้อสายพระเจ้าอยู่แล้ว ทำไม จึงต้องมีวิญญาณบริสุทธิ์ ที่เป็นเชื้อสายของพระเจ้าอีก หรือว่า โยเซฟ เป็นเลือดผสมหรือเปล่า มี DNA ไม่เข้มข้น เพราะผ่านมาหลายยุคหลายสมัย พระเจ้าจึงต้องสร้างวิญญาณบริสุทธิ์ดวงใหม่  อีกข้อคือ การท้องก่อนแต่งหรือเปล่าอันนี้ คิดเล่น ๆ นะครับ ลองคิดแบบคนธรรมดานะครับ เรื่องนี้ ไว้ศึกษาต่อไป

อีกเรื่องหนึ่ง การสืบเชื้อสายนี้ สืบทอดกันยาวนาน เป็นไปได้ไหมที่เหตุการณ์จะซ้ำรอย จากการกำเนิดของพระเยซูนี้ กษัตริย์เฮรอดได้ ทำการกวาดล้างเด็กทารก เหมือนกับที่ผู้อุ้มพระครรภ์พระเยซู ในที่นี้หมายถึง แมรี แมคดาลีน (ในที่นี้ผมเรียกว่า เลือดสีโคลน ก็คงไม่ผิด เพราะในไบเบิลถูกเรียกว่า หญิงชั่ว กันดูเหมือนไนแฮร์รี พอตเตอร์เลยแฮะ แต่มันก็คล้าย ๆ กันนะจะได้จำง่ายดีครับ) กระทำคือการนี้

มาดูเชื้อสาย ศักดิ์สิทธิ์กันต่อ แล้วแมคดาลีน หนีไปไหน กันครับ

 ที่ไบเบิลกล่าวว่า พระเยซูทรงช่วยนางให้รอดพ้นจากการถูกรุมขว้างด้วยก้อนหิน ซึ่งผู้ค้นทฤษฏี ความรู้ใหม่ เชื่อว่า นางคือ ชายาหนึ่งเดียวของพระเยซู

http://www.geschichteinchronologie.ch/USA/Risi_der-laengste-kreuzzug-d/032Berenger-Sauniere.jpgเบแรงเกอร์ โซนิแยร์

ผู้อุ้มครรภ์สายโลหิต พระองค์ฝ่าข้ามน้ำข้ามทะเลมาจนถึง สเปน ตอนนั้นเป็นของชาว วิซิกอต (Visigoth) จนกระทั่ง สายเลือกพระเยซูได้สมรสกับคนในราชวง เมโรแวงเจียง (Merovingian) กษัตริย์ของชาวแฟรงค์ ที่ แผ่อิทธิพลมายังเยอรมัน และก่อตั้งชึ้นในศตวรรษที่ 5 ปัจจุบันเป็นชาวฝรั่งเศส ข้อมูลนี้ พบที่ เรนน์ เลอ ซาโต ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ใกล้เทือกเขา พิเรนิส มีบันทึกบนแผ่นหนัง ใต้เสาหินโบราณ พบโดย นักบวชชื่อ เบแรงเกอร์ โซนิแยร์ (Berenger sauniere)สถานที่แห่งนี้เป็นที่ครอบครองของ ไนต์ส เทมปลาร์ หรือสมาชิก ไพรเออรี ออฟไซออน

http://www.ac.wwu.edu/~stephan/Rulers/merovingian.gif

คลิก ขยายภาพ

ทายาท เมโรแวงเจียงที่เหลือรอด

ตามประวัติศาสตร์ ราชวงค์เมโรแวงเจียง สิ้นลงที่ ซิลเดริดที่ 3 จากแผ่นบันทึก โซนิแยร์ พบที่เรนน์ เลอ ซาโต มีการกล่าวถึงทายาที่เหลือรอด ประวัติศาสตร์ กล่าวว่า ถูกปลงพระชนม์ พร้อมกับ บิดาไปแล้ว แต่ในบันทึก กล่าวว่า ซิเบแบร์ต ที่ 4 หลบหนีมาได้

http://pascale.olivaux.free.fr/Histoire/Photos/Childeric_III_vignette.jpgซิลเดริดที่ 3

รายละเอียดนี้  โซนิแยร์ ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลนี้ แต่ถูกถ่ายทอดในเอกสารอีกชุดหนึ่ง โดย โซนิแยร์ นำแผ่นหนังไปให้นักถอดรหัส เอมีย์ ฮอฟเฟต์ ในปารีส และโซนิแยร์ได้เก็บไว้เป็นความลับ เมื่อเสียชีวิต เอกสารนี้ ได้ตกอยู่กับแม่บ้านชื่อ แมรี เดนาร์โนด์ ต่อมาถูกขาย ให้กับ สมาคมค้าหนังสือโบราณนานาชาติ (International League of Antiquarian Booksellers) ในอังกฤษ และเอกสารนี้ได้ถูกทำขึ้นหลายฉบับ ชุดหนึ่งเป็นของ มาริอุส ฟาแตง เจ้าของเรนน์ เลอ ชาโต คนใหม่ เป็นสมาชิกของ สมาคม ฟรีมาสันรี (คิดว่าหลายคนเคยได้ยินเป็นอีกสมาคมหนึ่งในกลุ่ม ไนต์ส เทปลาร์ วันหลังจะอธิบายเกี่ยวกับสมาคมนี้ครับ)

เอาเพียงเท่านี้ก่อน  ถือว่ายาวพอสมควร ครับ เรื่องเข้นข้นดีจริง ๆ ตอนหน้าพบกับผู้สืบเชื้อสายในปัจจุบันกัน รับรองคุณรู้จักแน่นอนครับ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ่าาา เรื่องละเอียดอ่อน สืบไปสืบมา มันมีหลายจุดที่ดูแทบจะเหลือเชื่อ เช่น วิญญาณบริสุทธิ์เข้าไปในครรภ์
#1  by  ฟิวส์ At 2006-04-07 17:36, 
สงสัยจริงว่าปัจจุบันนี้จะหาคนสืบเชื้อสายได้อยู่รึป่าวเนี่ย
โห...แบบว่า.......หลายรุ่น..เยอะม๊ากกกกกกกกกกกกก...ปัจจุบันใครเป็นผู้เชื่อสายของพระองค์เนี่ย
#3  by  NiGhTM@rE oF tHe $at@reS At 2006-04-20 18:11, 
ภาพยนตร์เรื่อง รหัสลับดาวินชี่ The Da Vinci Code ที่ดัดแปลงมาจากนิยายในชื่อเดียวกันและคาดว่าจะเรียกเสียงวิจารณ์ได้มากที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง มีคิวเปิดตัวในปีหน้า
รอน ฮาวเวิร์ด ผู้กำกับมือออสการ์ ต้องเจอกับเสียงประท้วงจากฝ่ายคาทอลิกในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่หยิบมาจากนิยายขายดีของแดน บราวน์ The Da Vinci Code ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวของศิลปะ ประวัติศาสตร์ ปมลึบลับ การฆาตกรรม ศาสนา และความเชื่อที่สืบทอดต่อกันมา

ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดตัวที่กรุงปารีส เลือกทอม แฮงค์ส มารับบทศาสตราจารย์โรเบิร์ต แลงดอน แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ซึ่งมาคลี่คลายปมปริศนาการฆาตกรรมในพิพิธภัณฑ์ลูฟที่เกี่ยวข้องกับศาสนจักรและสั่นคลอนความเชื่อทางศาสนาที่มีมา ซึ่งทำให้เกิดกระแสช็อคไปทั่วโลก และการถอดรหัสลับที่ไม่อาจกระพริบตาได้แม้เพียงเสี้ยววินาที

ภาพยนตร์เรื่อง The Da Vinci Code นำแสดงโดยทอม แฮงค์ส, ออเดรย์ ตอตู, เซอร์เอียน แมคเคลเลน, พอล เบทนีย์ , ฌอง เรโน และอัลเฟรด โมลีน่า มีคิวไขรหัสลับให้ได้ชมกันในเดือนพฤษภาคมปีหน้า

ความจริงในเรื่องรหัสลับดาวินชี่ กับความจริงของความจริง

หนังสือเรื่อง รหัสลับดาวินซี (Davinci Code) ที่เขียนโดย แดน บราวน์ (Dan Brown) เป็นหนังสือนิยาย แนวสืบสวน สอบสวนให้ความรู้หลายอย่าง เช่น เรื่องงานศิลปะ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ การเมือง และศาสนา พอสมควร เป็นหนังสือที่ผู้เขียนเขียนได้ดีมาก มีการหักมุมหลายตอน อย่างคาดไม่ถึง เมื่อเริ่มอ่านแล้ว ก็วางแทบไม่ลง แต่สำหรับคนที่มีงานทำประจำ ก็คงต้องยอม วางเป็นระยะ ๆ และหยิบกับมาอ่านใหม่

ถ้าใครจะอ่านหนังสือเล่มนี้ เพื่อความบันเทิงแล้วละก็ ผมขอแนะนำว่า เป็นหนังสือที่ทำให้ เพลิดเพลินมาก เป็นวรรณกรรม ที่บรรยายให้เราเห็นภาพพจน์ได้ดี เอาความรู้ทางวิชาการ หลายแขนงมาไว้ด้วยกัน วิชาการ ที่ปรากฏอยู่มากในหนังสือเล่มนี้คือ เรื่องการถอดรหัสและการ ตีความหมาย สัญญลักษณ์ต่างๆ ซึ่งผมไม่มี ความรู้มากพอ จะวิจารณ์ว่ามีความถูกต้อง มากน้อยเพียงไร วิชาการอีกเรื่องหนึ่ง ที่หนังสือเล่มนี้พูดถึงมาก คือ เรื่องของคริสต์ศาสนา ที่มีส่วนย่อย ๆ อยู่หลายส่วน ส่วนแรกที่หนังสือเล่มนี้ พาดพิงถึงมากตลอดทั้งเล่มคือ บทบาทของศาสนจักรคาทอลิก ที่ควบคุมและคุกคาม คำสอนเรื่องการบูชาสตรี ซึ่งผมไม่มีความชำนาญเท่าไร และเรื่องที่ทำให้ผู้อ่าน เข้าใจว่า พระสันตะปาปา มีส่วนในคดีฆาตกรรม ก็มีการหักมุมหลายครั้ง จนในที่สุดก็ พบวาวาติกัน ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย อย่างไรก็ตาม หากคนที่อ่านหนังสือเรื่องนี้ อ่านไม่จบ ก็จะเกิดความเข้าใจผิดได้

เรื่องต่อมาที่หนังสือเล่มนี้ เริ่มพูดมากขึ้น ในตอนกลางเล่ม คือ เรื่องที่ว่าพระคริสตธรรมคัมภีร์ เป็นเรื่องโกหก และการอ้างว่า พระเยซูคริสตได้แต่งงานกับ แมรี่ แม็กดาลีน และมีโอรสกับนาง และต่อมาเชื้อสายของพระองค์ ได้เป็นกษัตริย์ของฝรั่งเศสนั้น ผมพอจะรู้เรื่อง การอ้างอิงบางอย่าง ที่ไม่ค่อยถูกต้องนัก จึงขอถือโอกาสอธิบายบางสิ่ง บางอย่างแกผู้อ่าน ที่ไม่ได้ศึกษาอย่างแท้จริง และรับข้อมูลบางอย่างจากหนังสือเล่มนี้ ไปอย่างไม่ถูกต้อง

ผมคงไม่ต้องเสียเวลาอธิบายอะไรมากนัก ถ้าผู้เขียนจะบอกว่า เรื่องที่เขาเขียน เป็นเพียงนิยาย ที่เขียนขึ้นมาเพื่อความบันเทิง แต่หน้า
#4  by   (124.121.30.48) At 2006-05-15 02:53, 
ผู้เขียนเว็บค่ะ คงต้องเข้าใจกันใหม่แล้วละค่ะ เราต้องเป็นคนที่อยู่ในความจริงมีข้อมูลที่เป็นจริง คุณทราบหรือไม่ว่า ทำไมนางมารีย์ ต้องได้รับการจุติของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพราะว่านางเป็นหญิงพรหมจารี และยังหาได้ร่วมกับชายไม่ ลูกา 1:34 เหตุฉะนั้นพระวิญญาณบริสุทธิ์จะต้องเสด็จมาปกเธอเพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้า ซึ่งเกิดจากพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นพระวิญญาณของพระเจ้า ไม่ได้มาจากการปฏิสนธิอย่างมนุษย์ตามธรรมชาติ พระคัมภีรที่ท่านมีจะเป็นประโยชน์มาก ถ้าอ่านอย่างตั้งใจและถูกต้อง พระองค์เป็นพระเจ้าผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก เป็นพระเจ้าเดียวที่มีการจุติมาจากสวรรค์ไม่ใช่อย่างมนุษย์ เป็นพระเจ้าเดียวที่ไม่ตายและทรงพระชมน์อยู่ พระก็เยอะ เจ้าก็เยอะแต่พระเจ้าแท้มีองค์เดียว ผู้เดียวที่กล้าบอกว่าพระองค์สร้างฟ้าสวรรค์ และเป็นผู้เดียวที่รักเราและตายไถ่บาปให้เรา ถ้าท่านได้อ่านข้อความนี้ ข้าพเจ้าอยากให้ท่านกลับไปที่คริสตจักร หรือกลับไปรู้จักพระองค์อย่างแท้จริงดู กลับใจจากความบาป และการกระทำที่ต่อต้านพระเจ้า พระองค์เป็นผู้เดียวที่เป็นชีวิต ข้าพเจ้าและครอบครัว ข้าพเจ้ามีการศึกษา และมิได้งมงาย แต่พระเยซูได้พิสูจน์และทรงสำแดงพระองค์เองให้ข้าพเจ้าเห็น และทำให้ครอบครัวที่โดน ครอบงำด้วยวิญญาณชั่ว ได้รับการปลดปล่อย พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแท้ที่รักษาโรคข้าพเจ้า ไม่มีใครทำได้หรือหลอกเราได้เลย พระเจ้าทำจริง ข้าพเจ้าได้เชื่อพระเจ้ามาแค่1ปีเศษ แต่รู้จักและเชื่อเป็นศาสนามาเกือบ 18ปี แต่ตอนนี้รู้จักพระเจ้าที่เป็นผู้สร้างมีความเชื่อใหม่ อยู่ในความจริง พระเจ้ารักคุณมาก อยากมาโบสถ์โทรมานะค่ะ 02-591-9314-5 ยินดีต้อนรับค่ะ พระเจ้าจะแสดงพระองค์เองกับคุณ การอัศจรรย์จะเกิดขึ้นให้คุณได้เห็นความจริงว่าพระองค์เป็นพระเจ้าที่บริสุทธิ์และยังทรงพระชมน์อยู่จริงๆ อยากให้คุณมีประสบการณ์กับตนเอง ไม่ใช่แค่เชื่อตามลมปากของมนุษย์
#5  by  Aeed (124.121.30.48) At 2006-05-15 03:19, 
เนื่องจากว่ามีการถอดรหัสลับในใบเบิ้ล และรหัสลับเหล่านั้นแทบทุกรหัสเกิดขึ้นจริงมาแล้วทั้งสิ้น เช่นมีการกล่าวถึงเดือนธันวาคม ปีศักราชของฮีบรูซึ่งแปลได้คือปีค.ศ.2004 รหัสลับมีคำว่า "..the disaster.." / "..tsunami.." / "..you will die men.." / "Ten thousand.." / "..have been kill.." / "..from the water" / "..the 14 of Tevet (26 ธันวาคม)..." / "..in Asia.." คำเหล่านี้บางคำวางไขว้กันและความน่าจะเป็นต่อคำในข้อความที่อาจบังเอิญวางเป็นรูปคำนั้นมีถึง1:10,000,000 เลยทีเดียว อย่างรหัสลับวันที่11 ก.ย.ก้อมี แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าพบรหัสลับหลังจากที่เหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว
มาจนถึงปี2006นี้มีรหัสลับระบุไว้หลายเหตุการณ์ เช่น "Great stones" / "They will fall;[on] open fields/son." / "Stones/rocks fell down" / "And their is a rock,it is cursed for you." / "impact in to the sea" / "in to the Indian" / "atlantic ocean" / "great wave" / "not the sea of impact" และมีบางรหัสบอกไว้เกี่ยวกับวันที่23มี.ค.2006ว่า "my sign we are living waters(torah) g-d is here" / "He judged" / "it shall be an evil time in that day" แต่รหัสเกี่ยวกับปี2006ส่วนใหญ่จะพูดถึงสงครามโลกในวันที่3 ส.ค.2006มากกว่า ส่วนเกี่ยวกับอุกกาบาตนั้นไม่ได้ระบุวันที่เพียงแต่ระบุปีไว้ซึ่งปี2006นี้ก้อมีระบุไว้เช่นกัน และเนื่องจากฐานข้อมูลของนาซ่าและองการเกี่ยวกับอวกาศนานาชาตินั้น พบดาวหางจำนวนหนึ่งพุ่งเข้าไกล้โลกมากที่สุดวันที่23-25มี.ค.2006นี้ และจากกราฟระบุว่าถ้าหากมันเกิดถูกแรงดึงดูดของโลกดูดเข้ามา มันจะมีโอกาศตกที่มหาสมุทรแอ็ตแลนติก ซึ่งไกลจากประเทศไทยมาก แต่ก้อมีโอกาศที่จะตกในมหาสมุทรอินเดียด้วยเหมือนกันและรหัสลับในใบเบิ้ลก้อมีคำว่า "Indian,impact" ด้วยเพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยในวันที่23กับวันที่25มี.ค.นี้อย่าไปเที่ยวทะเลเด็ดขาด เพราะมันอาจเกิดเหตุการณ์ที่คุนไม่คาดคิดเกิดขึ้นก้อได้ ผมไม่ได้บอกว่ามันจะเกิด100% แต่ก้อไม่ได้บอกว่ามันจะไม่เกิดขึ้น100% ดังนั้นจงใช้วิจารณญาณเป็นที่ตั้งด้วยนะครับถ้าไม่ไปเที่ยวทะเล2วันนั้นแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก้อไม่เสียหาย ใช่ไหมครับผมทำได้แค่เตือนพวกคุณเท่านั้นอยู่ที่พวกคุนแล้วว่าจะเชื่อหรือไม่ เท่านั้นเอง!
***คลื่นซึนามิที่เกิดจากเทหะวัตถุนอกโลกตกทระทบมหาสมุทรนั้นไม่สามารถพยากรณ์ได้ทันท่วงทีบวกกับความสูงของคลื่นที่ใหญ่ยักษ์กว่าคลื่นซึนามิที่เกิดจากแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดใต้น้ำหลายเท่าตัวดังนั้นมันจะกินวงกว้างเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ได้เป็นสิบๆหรืออาจถึงร้อยกิโลเมตรเลยทีเดียว***
***ถ้าเทหะวัตถุนอกโลกตกกระแทกแผ่นดิน จะเกิดแรงระเบิดเท่ากับระเบิดไฮโดรลิคหลายล้านลูก เศษฝุ่นละอองจะปลิวขึ้นท้องฟ้าปิดบังแสงอาทิตย์ไปหลายเดือนอาจกินเวลาเป็นปีๆ จนพืชและสัตว์ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ใด้ อากาศหนาวเย็นจนต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ไม่มีเวลากลางวัน จนกว่าเศษฝุ่นนั้นจะตกลงบนพื้นดินจนหมด***
**โดยความเห็นส่วนตัวผมว่า ใบเบิลต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้เดินทางข้ามกาลเวลาแน่ๆ เพราะพวกเขาสร้างรหัสลับซึ่งต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการแปลในการถอดรหัสเท่านั้น และเหตุการณ์ก้อตรงตามรหัสที่บอกไว้ ซึ่งคุณลองคิดดูว่ารหัสเกี่ยวกับจุดจบของโลกนี้ถูกสร้างมาเพื่ออะไร? หรือพวกผู้สร้างได้บอกเป็นนัยว่าอนาคตสามารถเปลี่ยนแปลงได้? หรือพวกเขามาจาก ณ ช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ไปแล้ว แล้วย้อนเวลามาเตือนพวกเราว่าอะไรจะเกิด ถึงตอนนั้นพวกเราอาจจะสามารถสร้างยานอวกาศเพื่อเดินทางไปหลายปีแสงเพื่อหาที่ตั้งมั่นใหม่แทนโลกใบเก่าที่ถูกทำลายลง แล้วคุณลองคิดดูว่าสาส์นที่เต็มไปด้วยรหัสลับเกี่ยวกับอนาคตของโลกนั้น มันควรจะอยู่ในรูปแบบใดถึงจะสามารถคงรหัสใว้ได้จนถึงวันเวลาที่พวกเราสามารถใช้วิทยาการของพวกเราเพื่อถอดรหัสพวกนั้นได้ซึ่งก้อคือคอมพิวเตอร์นั่นเอง และพวกคุณคงรู้แล้วว่า สาส์นที่เต็มไปด้วยรหัสลับเกี่ยวกับอนาคตของโลกเกี่ยวกับการอยู่รอดของมนุษยชาตินั้นควรจะอยู่ในรูปแบบของคำภีร์ ซึ่งเป็นหลักคำสอนทางศาสนาอันสำคัญยิ่งที่จะต้องเก็บไว้/คงไว้เป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งก้อผ่านมากว่า3000ปีแล้ว และเวลานี้ พวกเราสามารถถอดมันได้แล้ว เราควรขอบคุณผู้เดินทางข้ามกาลเวลาเพื่อมาเตือนพวกเราหรือไม่ แล้วคุณล่ะ คิดอย่างไร??**
*ขอขอบคุณ www.exodus2006.com**
#6  by  er (124.121.111.147) At 2006-05-20 22:27, 
**23/25พ.ค.2006**










#7  by   (124.121.110.151) At 2006-05-23 19:33, 
ถึงตอนนี้ขอตำหนิหน่อยนะว่า ที่คุณกล่าวอ้างว่าคุณเคยนับถือคริสต์ แต่ที่จริงแล้วเปล่าเลย ที่จริงแล้วคุณก็เปรียบเสมือนคนไร้ศาสนา ถ้าเป็นคนธรมดาทั่วไปเค้ามีศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ มีความศรัธา มีความเชื่อ แต่คุณมีศาสนาไว้เพื่อศึกษาเท่านั้น การศึกษาก็เป็นสิ่งที่ดีนะ แต่กับเรื่องความเชื่อหรือความศรัธามันจะทำเพื่อการทดลองไม่ได้ ควรมีจุดยืนนะจ๊ะ
#8  by  mappy คริสตชนคนหนึ่ง (61.90.219.198) At 2006-05-30 16:41, 
เรื่องของเรื่อง เค้าก้อว่าของเค้าดี ของเค้าถูก แต่แล้วก้อหาหลักฐานยืนยันได้ไม่ พอเรามีหลักฐานก้อหาว่าเราเอาหลักฐานปลอมมาบ้างหละหลอกลวงบ้างหละหมิ่นประมาทบ้างหละ แล้วการที่เราศึกษากับข้อศาสนาของศาสนาอื่นๆมันผิดตรงไหนหรอ อย่าเชื่อเพราะยึดถือตามกันมา อย่าเชื่อเพราะเขาเป็นครู จะให้มานั่งงมงายเพราะพ่อแม่พี่น้องปูย่าตายายนับถือหรอ สิทธิ์ส่วนบุคคลหายไปไหนหละ ไงก้อขอบคุณเจ้าของบล็อคนะที่หาไรดีๆมี"สาระ"มาให้อ่าน ให้คนงมงายจะได้ตาสว่าง
#9  by  5:8 golden section (125.24.115.64) At 2006-08-08 14:16, 
ความลับมาบอก เป็นเรื่องจิงที่เกิดขึ้น

>>เคยมีเด็กถูกฆ่าตายที่ห้องน้ำของภารโรง

>>แต่ไม่สามารถหาต้นเหตุของคดีนี้ได้

>>จึงได้ปล่อยร่างไร้วิญญาณของเด็กน้อยทิ้งไว้ ณ ที่แห่งเดิม

>>ไม่มีการทำพิธีอะไรทั้งสิ้น วิญญาณของเด็กจึงล่องลอยวนเวียนอยู่ที่รร.

>>เป็นเวลาหลาย 10 ปี

>>จนวันหนึ่งได้มีกลุ่มนร.หญิงเข้าไปในห้องน้ำนั้นเพื่อหวังจะแกล้งภารโรง

>>จึงได้พบกับวิญญาณของเด็กน้อย กำลังไต่ไปตามเพดาน พร้อมแสยะยิ้มให้

>>พวกเทอกลัวมากรีบวิ่งออกจากห้องน้ำ

>>แต่เพื่อนคนหนึ่งพลันไปเหยียบแอ่งน้ำที่พื่นเข้า

>>จึงได้ล้มและไปสะดุดขาของเพื่อนอีกคนหนึ่งเข้า

>>เพื่อนคนนั้นได้จับแขนของอีกคนไว้จึงล้มกันมาเป็นทอดๆและหัวฟาดพื้นตายหมด

>>วิญญาณของพวกเขาจึงวนเวียน ณ ที่แห่งนั้นตลอดไป

>>จงส่งต่อไปอีก 20 กระทู้ ภายใน 7 ชม.

>>ต่อแรกเราก็ไม่เชื่อหรอกแต่เพื่อนเราประสบอุบัติเหตุไปแล้ว 5คนตั้งแต่เราอ่าน

.....ไม่รู้จะคิดไงกันนะ แต่เราว่ากันไว้ดีกว่านะ
#10  by   (203.148.183.104) At 2006-11-20 18:20, 
ความเชื่อ ความศรัทธา ทำเพื่อการทดลองไม่ได้
แต่ถ้ามองเป็นวิทยาสาสตร์ ศรัทธาอยู่ แต่มี "เหตุผลแย้ง" ทางประวัติศาตร์
เราก็ควรศึกษาประวัติศาสตร์เพื่อพิสูจน์ความเชื่อของเรา
ถ้าเรากลัว ความจริง จะทำลาย ความศรัทธา ก็แล้วไป
#11  by  ผ่านมาอ่าน (202.162.21.132) At 2007-02-22 15:51, 
ความเชื่อ ความศรัทธา ทำเพื่อการทดลองไม่ได้
แต่ถ้ามองเป็นวิทยาสาสตร์ ศรัทธาอยู่ แต่มี "เหตุผลแย้ง" ทางประวัติศาตร์
เราก็ควรศึกษาประวัติศาสตร์เพื่อพิสูจน์ความเชื่อของเรา
ถ้าเรากลัว ความจริง จะทำลาย ความศรัทธา ก็แล้วไป
#12  by  ผ่านมาอ่าน (202.162.21.132) At 2007-02-22 15:52, 
รักพระเจ้าและทุกคน
#13  by  ยะปา จะเอา (203.156.44.48) At 2007-02-26 14:39, 
คนที่แยกความคิดเห็นกับข้อเท็จจริงไม่ออกพึงสังวรณ์ไว้นะครับ ไม่ใช่สักแต่อ้างพระเจ้าๆ ปาวๆ พูดงั้นพูดงี้ จะแย้งก็หาอะไรมาหักล้างครับ ตั้งข้อสังเกตอะไรก็ยังดี ไม่ใช่มาอ้าง ศรัทธง ศรัทธาอะไรที่เป็นนามธรรมที่จับต้องไม่ได้ เช่นเวบนี้ครับ .>. www.newmana.com >ข้อมูลเยอะมาก เป็นมุมมองอีกมุมที่ผมได้อ่านแล้วไตร่ตรองคู่กันไป ก็มีเหตุผลดีครับ
ผมไม่ใช่คริสต์ ไม่ขอออกความเห็นล่ะว่าจริงไม่จริง แต่ผมว่าจะค้านจะแย้งอะไร ก็ควรมีเหตุผลกันหน่อยนะครับ
#14  by  กรรมกรไซเบอร์ At 2007-05-06 15:31, 
ขอชมเชย ศจ.ดร.เสรี หล่อกันภัย ถือได้ว่าท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและมีความรู้ในเรื่องสาศนาคริสต์อย่างน่านับถือ และผมก็ไม่มีความแคลงใจในความเป็นพระเจ้าหรือจะเป็นมนุษย์ของพระเยซู เพราะไม่ใช่สาระสำคัญ ในมุมมองของผมนั้นเห็นว่าจิตของพระเยซูเป็นพระเจ้าจริงๆ ถึงแม้ผมจะไม่ใช่คนในสาศนาคริสต์ แต่บางคราวเรื่องปาฏิหารก็เกิดขึ้นได้จริง หากมนุษย์ผู้นั้นมีความเชื่อมั้นและศัธทราอย่างเพียงพอ
#15  by  ธเนศ (203.172.202.12) At 2007-05-30 13:53, 
ข้อความที่คุณเขียนมาคล้ายๆกับลัทธิมอมอนเลยค่ะ...
#16  by  คนที่รักพระเจ้า (61.19.196.133) At 2007-07-26 11:06, 
เห็นด้วยก็ชอบใจ ไม่เห็นด้วยก็ไม่พอใจ
ใส่ใจอะไรด้วยเล่ากับเรื่องสมมติ
ทุกข์ใจอะไรด้วยเล่ากับทุกสิ่งทุกอย่าง
เพราะล้วนแท้ไม่จีรังยั่งยืน
#17  by  icecoffee (202.149.24.129) At 2008-01-06 21:09, 
เราอยากรู้เรื่องนี้เยอะๆอ่ายังงัยก้ออย่าลืมส่งเมลล์มาด้วยน้าhacker_kung@hotmail.com
#18  by  อยากรู้ (125.26.79.252) At 2008-07-01 20:09, 
open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile อ่านเพลินดีค๊า
#19  by  ♀♥---โUว์---♥♀ (58.9.99.173) At 2008-07-07 21:29, 
cry
#20  by  ณัฐพล (203.172.199.250) At 2009-03-19 11:52, 
อยากรู้จังว่าคนท่สืบเชื่ยสายเป็นคัยquestion question open-mounthed smile open-mounthed smile big smile big smile
#21  by  รักโอ๊ตเทคนิคมีน (124.122.245.40) At 2009-06-04 21:20, 
ผมขอตอบคำถามได้ไหมครับ คือข้อแรกเพราะโยเซฟเป็นมนุษย์ตามความเชื่อของคริสต์แล้วนะครับเราเชื่อว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า แล้วถ้าพูดถึงพระเจ้าก็จะต้องบริสุทธิ์ดังนั้นถ้าพระเจ้าเกิดจากเพศสัมพันธ์ คงไม่มีใครอยากติดตามพระองค์หรอกครับ ดังนั้นพระบิดาเองก็ต้องทราบเรื่องนี้ ส่วนโยเซฟเองก็เป็นแค่พ่อบุญธรรมครับไม่ใช่พ่อแท้ ๆ เพราะพระเยซูเกิดจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ 2.นางมารีย์ที่อุ้มครรย์พระเยซูเป็นคนละคนกับนางมารีย์มักดาลาครับ คุณนี่มั่วอีกแล้วนะเนี่ย
3.นางมารีย์ มักดาลาไม่ใช่ภรรยาของพระเยซู มั่วอีกตามเคย อ่านไบเบิ้ลยังไงของคุณละเนี่ย
4.ตามไบเบิ้ลบอกว่านางมารีย์ มักดาลาอยู่จนถึงตอนที่พระเยซูฟื้นคืนพระชนม์นะครับ แล้วตอนที่ถูกหินขว้างเนี่ย พระเยซูก็เป็นคนช่วยไว้ นางก็ไม่ได้หนีแต่อยู่กับนางมารีย์ที่เป็นแม่ของพระเยซู ทีนี้มาอ่านให้เข้าใจก่อนนะครับก่อนที่พร่ำอะไรตามที่ตัวเองคิดอย่ามามั่วครับ
#22  by  CrossmaN (222.123.238.158) At 2009-07-08 10:36, 
ฮือๆ น่าสงสาร รี5 จัง เคร่งกับศาสนาจัด เพียงเพราะตนเองเคยเจ็บปวด ยอมแพ้ อ่อนแอและเมื่อต้องการที่พึ่ง ซึ่งพอคริสต์หยิบยื่นให้ก็รู้สึกดีถึงกับยอมรับทุกสิ่งที่เขาพร่ำสอนโดยไม่ใช้ความจริงและวิจารณญาณเพียงพอในการตัดสิน ไม่ได้ใช้วิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นศาสตร์แห่งความจริง แค่ถูกคนในโบสน์ใช้จิตวิทยา ก็หลงไป
เฮ้อ นี่มันก็ยุคอวกาศแล้ว พระเยโฮวา พระเจ้าของอิสราเอล หรือก็คือพระเจ้าของคริสเตียน ซึ่งชายผู้หนึ่งชื่อเยซู เด็กเลี้ยงแกะธรรมดา นำมาเป็นจุดขายเพื่อก่อตั้งองค์การขนาดใหญ่ที่สามารถทำเงิน(สิบลด)และรับสิ่งของต่างๆ จากผู้เชื่อที่มิมีความรู้พอในสมัยนั้นและผู้เชื่อในพระคัมภีร์เก่า
หนุ่มเลี้ยงแกะเล็งเห็นธุรกิจความเชื่อว่าน่าจะไปได้ไกลและตัวเองจะได้สบาย เพราะไม่ต้องมานั่งเลี้ยงแกะอีก เพียงแ่ค่ใช้วาธะที่ไพเราะ กับความกลัวของคนเขลา เราก็ไม่ต้องทำงานหนักแล้ว
องค์กรขนาดเล็กจนกลายเป้นใหญ่จากกลุ่มคนที่มีความรู้แต่ไ่ม่มากพอ แถมอีคิวไม่สูงจนต้องพึ่งพาบางสิ่งบางอย่าง แทนที่จะทำความเข้าใจด้วยตนเองได้(เพราะบางคนสามารถทำได้โดยไม่ต้องพึ่งความหลอกลวง)
กลับไปมองใหม่เถิดสาวน้อย พระเจ้านั้นอาจมีจริง แต่หาใช่พระเยโฮวา หรือเยซู แน่นอน ผู้ที่อ่านพระคัมภีร์อย่างเป้นกลางและเข้าใจ ไม่ฟังแต่พวกผู้เชื่อพูดอย่างเดียวย่อมเห้นทางสว่าง ไ่ม่ถูกล่อลวงแน่นอน ส่วนพระเจ้าที่แท้จริงนั้นไซร้ ย่อมต้องไม่มีความคิดเช่นแบบมนุษย์แน้แท้ ต้องมีมากกว่าหรือ ไม่มีเลย อย่างจักรวาลนั้นแลถึงใช่ของจริง โปรดอย่าบอกว่าตนเรียนสูง เพราะที่เรียนนั้นไม่ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องความจริงเที่ยงแท้เลย พลอยจะขายขี้หน้าคนจบ ป.4 ที่รู้เรื่องไหนจริง เรื่องไหนนิทาน
#23  by  ความจริง (221.151.209.79) At 2009-07-09 21:26, 
ส่วนรี 6 สุดยอดยิ่ง อยากจะบอกว่า ภาษานั้นดิ้นได้ ภาษาที่ไม่มีพวกสระหรือวรรณยุคแบบภาษาไทยน่ะ สามารถเอาไปคิดได้หลากหลายมาก เช่นภาษาอังกฤษ ก็พวกครอสเวิร์ด แต่ถ้าลองเป็นแบบไทย คงไม่มีระหัสให้ถอดหรอกเพราะ รูปแบบภาษาไม่เือื้ออำนวย ให้ผู้ที่ว่างจัด พยายามหาส่วนที่คิดว่ามันน่าจะสัมพันก้บเหตุการณ์ปัจจุบัน แล้วไปคนในคัมภีร์ว่าส่วนไหนมันน่าจะตรงบ้างแค่นั้นเอง เพราะจริงแล้ว tsunami นี่มันภาษาญี่ปุ่นน่ะ คนเขียนคัมภีร์เมื่อก่อนคงรู้มั่งว่าคนญี่ปุ่นจะใช้ศัพธ์คำนี้กับคลื่นยักษ์ หรือ มหาสมุทรอินเดียนก็เช่นกัน ชื่อนี้เพิ่งถูกกำหนดโดยมนูษย์ไม่นานนี้เอง อย่าได้ประสาทไปนักเลย ถ้ามันตั้งว่ามหาสมุทรมาฟี่ แล้วไอ้ที่มันมีในคัมภีร์น่ะมันมาจากไหน ไอ้คนถอดรหัส มันก็คงไปคนหาแถวบรรทัดอื่นหน้าอื่นต่อ เพื่อให้มีคำว่ามาฟี่ ปรากฎ เพื่ออะไรน่ะหรือ 1. เพื่อให้ผู้มีความเชื่อในศาสนานั้นเชื่อว่า เป้นจรริงน่ะสิ 2. ว่างจัดเรยคิดเล่นๆ 3.ต้องมีเรื่องเกี่ยวกะเงินชัวร์
#24  by  ความจริง 2 (221.151.209.79) At 2009-07-09 21:38, 
ศาสนาเป็นที่พึ่งทางใจก็จริง แต่ ทุกศาสนา ไม่ได้เป็นความจริงเลยสักนิดเดียว ล้วนแล้วถูกสร้างขึ้นมาด้วยสมองมนุษย์ทั้งสิ้น
เข้าใจได้แล้ว ผู้มีความเชื่อ = ผู้โง่เขลา+ขลาด
#25  by  ความจริง 3 (221.151.209.79) At 2009-07-09 21:40, 
ข้อมูลในนี้ไม่ได้ตรงกับความเป็นจริงตามประวัติศาสตร์หมดทุกเรื่องนะครับ ลองเช็คได้ เพราะมันเป็นนิยาย อ่านเพื่อความบันเทิงใจได้ครับ
#26  by  Nae (125.26.27.150) At 2009-08-12 10:41, 
ผมมีข้อสงสัยหลังจากที่อ่านความคิดเห็นต่างๆมาพอสมควรคือ ตอนเกิดพระเยซูออกมาจากทางไหนครับ? ที่ถามแบบนี้ไม่ได้คิดลบลู่แต่ผมสงสัยจริงๆ

ปล. ผมนับถือพุทธและไม่เคยอ่านไบเบิลด้วย
#27  by  เซโร่ (58.9.154.73) At 2009-11-01 03:06, 
จะว่าไปผมก็มีเรื่องที่สงสัยอยู่นานแล้วอีกเรื่องขอถามเลยก็แล้วกัน ในช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์มนุษยชาติเคยถกเถียงถึงลักษณะของโลกว่ากลมหรือแบนแล้วทำไมเมื่อพระเจ้าเป็นผู้สร้างโลกจึงไม่รู้ว่าโลกมันกลมหรือแบน?
#28  by  เซโร่ (58.9.154.73) At 2009-11-01 03:52, 
ยิ่งอ่านความคิดเห็นต่างๆยิ่งเกิดความสงสัยมากขึ้นมีอยู่ความเห็นหนึ่งบอกว่าพระเยซูคือพระเจ้างั้นผมของถาม2ข้อเลยนะครับว่า1.ทำไมพระเยซูต้องกินอาหารด้วยละครับ?2.พระเยซูมีอวัยวะเพศรึป่าวครับ?(ข้อนี้ที่ถามไม่ได้คิดจะลบลู่แต่สงสัยว่าพระเจ้าไม่น่าจะต้องการสืบพันธุ์เพราะฉนั้นจึงไม่น่าจะต้องมีอวัยวะเพศ)
#29  by  เซโร่ (58.9.154.73) At 2009-11-01 04:06, 

<< Home