2006/Feb/14

เส้นทางที่ลึกลับที่สุดเท่าที่เคยพบมา ในบรรดาเมืองที่ล่มสลาย เพตรา เป็นเมืองหนึ่งที่มีลักษณะพิเศษ สถาปัตยกรรมแบบโบราณ ซึ่งมีมรดกอันล้ำค่าของเมืองเพตรา

The image http://www.friendlyplanet.com/images/lost-city-of-petra-big.jpg cannot be displayed, because it contains errors.
อัลคัสเนวิหารที่สลักขึ้นจากหินผาและได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี มีหน้าผาคอยคุ้มกันโดยรอบเอาไว้เป็นผลงานการออกแบบรับดับมืออาชีพเลยครับ

สร้างขึ้นประมาณ ศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล อัลคัสเน แปลว่าสมบัติของชาวเบดูอินคิดว่าที่คือสานที่เก็บสมบัติของชาวอียิปต์ครับ เป็นเหมือนกับท้องพระคลังนั่นเอง แต่บางทีมันอาจจะเป็นสุสานก็ได้ หรือไม่ก็เป็นวัด แต่บางคนก็บอกว่า เหมือนปฏิทินขนาดใหญ่ครับ สำหรับรูปสลักที่อยู่ด้านบน น่าจะเป็นไอซิส เทพธิดาของชาวอียิปต์ เป็นที่บูชาของชาว นาบาเชียน มานานแล้วการที่วิหารแห่งนี้หันไปทางทิศตะวันออก เป็นทิศที่ดวงอาทิตย์ขึ้นเพราะว่า เป็นทิศที่เทพธิดาไอซิสประทับอยู่ครับ และยังสื่อถึงการเกิดความมีชีวิตและความอุดมสมบูรณ์ด้วย

The image http://www.nubiannilecruises.com/jordan/petra19.jpg cannot be displayed, because it contains errors.
ภายใน มีห้องที่สร้างจากหินอ่อนทั้งห้อง ความงามที่เกิดจากธรรมชาติครับ ผนวกกับฝีมือของมนุษย์ทำให้เกิดสถานที่วิเศษขึ้นมาครับ

เพตรา สร้างขึ้นมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว โดยฝีมือของชาวนาบาเชียน ในยุคที่ยังรุ่งเรือง เมืองมีอยู่ประมาณ 30,000 คน ก็ได้ถูกทิ้งร้างไปประมาณ 1,000 ปีที่ผ่านมา ชาวนาบาเชียน เป็นพวกพ่อค้า ที่ควบคุมเส้นทางการค้าที่สำคัญ ทำให้พวก่เขาได้รับอิทธิพลจากอารยธรรมเก่าแก่ที่ยิ่งใหญ่ของแคว้นต่าง ๆ ทั้ง กรีก โรมัน และอียิปต์

หน้าผาพวกนี้ ดูมีชีวิตด้วยสีสันมากมายครับ และกลิ่นอายของความตาย ที่หน้าผามีช่องเจาะและข้างในนั้น จะบรรจุศพของผู้เคยอาศัยอยู่ที่นี่ ในสมัยที่ยังรุ่งเรืองครับ

สุสานรูปแท่งหินสูงเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึง วัฒนธรรมของอียิปต์ครับ สำหรับชาวนาบาเชียน แท่งหินเหล่านี้เหมือนจิตวิญญาณของผู้ตายที่ฝังอยู่ในสุสาน

มีซุ้มโค้ง ขนาดใหญ่เหนือที่เก็บศพ และลวดลายบนหินคือ คราบเขม่าสีดำที่อยู่มานาหลาย ศตวรรษแล้ว ตั้งแต่ที่ชาวเบดูอินอาศัยอยู่ ชนเผ่าเร่ร่อน น่าจะเคยอาศัยอยู่ที่นี่ครับ แล้วอพยพไป แล้ว ชาวเบดูอิน ก็เก็บเอาสมบัติทุกชิ้นไปด้วย

The image http://www.travelhog.net/v2/images/photos/l/511/Jordan_petra_monastery.jpg cannot be displayed, because it contains errors.

สถานที่สำคัญของชาวนาบาเชียนป้อมปราการศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา สถานที่สวดอ้อนวอนเทพเจ้า ดัชชารา หรือเทพเจ้าแห่งขุนเขา พวกเขาจะคุกเข่า และมองไปที่แท่นบูชา ดัชชารา

่สูงขึ้นไปอีก ไปยังดินแดนเทพเจ้าแห่งขุนเขา พบวิหาร เป็นสถานที่ประกอบพิธีแบ่งได้ออกเป็นสองส่วน ส่วนที่ใช้ประกอบพิธีเกี่ยวกับการเกิด จะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก และพิธีเกี่ยวกับการตายจะหันไปทางทิศตะวันตก และเป็นหารบูชาเทพเจ้าดัชชาราด้วย จากโลกที่สาบสูยของชาวนาบาเชียน จากอนุสาวรีย์ที่พวกเขาสร้างขึ้น

จุดจบของเมืองเพตราเกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ถูกยึดครองโดยโรมัน ในปี 106 และไม่ได้เป็นเมืองศูนย์กลางการค้าอีกต่อไป ต่อมา ก็ล่มสลายเมื่อเกิด แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ถึง 2 ครั้ง


ที่ต่อมา เป็นศูนย์กลางของศาสนา ที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสาม คือ ยิว คริสต์ และอิสลาม และเข้าใกล้ ไพเออร์รี่ ออฟไซออน ด้วย ตอนนี้มันเกี่ยวกันไปหมดเลยครับ

มาดาบา
ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งของ จอร์แดน โบสถ์หลังนี้สร้างในปี 1890 ภายนอกดูเหมือนโบสถ์ทั่วไป แต่ภายในเก็บมรดกอันล้ำค่า แผนที่ที่เก่าแก่ที่สุดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ที่แสดงถึงที่ตั้งของชาวคริสต์ครับ มีเพียงบางชิ้นส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่ แผนที่นี้แสดงถึง อาณาเขตของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ มาตั้งแต่ 1500 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นยุคก่อนศาสนาอิสลาม และเป็นช่วงที่ศาสนาคริสต์ยังเฟื่องฟู

The image http://www.urlaub.de/uploads/pics/Jordanien_Madaba1.jpg cannot be displayed, because it contains errors.

ภาพโมเสส นี้สร้างขึ้นในช่วงปี 550 ใช้สำหรับเป็นพื้นของโบสถ์คริสต์ในยุคก่อน กว้างประมาณ 6 เมตร ยาว 24 เมตร

 The image http://www.calvin.edu/~dvrb/gallery_files/jordanvalley/images/jordanvalley_madaba.jpg cannot be displayed, because it contains errors.

แผนที่นี้แสดงให้เราเห็นถึง ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างละเอียดมาก ๆ ครับ เห็นเมืองโบราณอย่าง เจอร์ริโค 

The image http://userwww.sfsu.edu/~hl/madaba.ES.schematic.GIF cannot be displayed, because it contains errors.

สุดเลยทีเดียว มีภาพของกำแพงด้วย และที่เห็นเป็นวงรี คือเส้นทางหลักของโรมันที่ตรงไปยังศูนย์กลางของเมือง อนุสาวรีย์ของศาสนาคริสต์นี่ คือโบสถ์ของสุสานอันศักดิ์สิทธิ์ หลังคารูปโดมสีเหลืองคือโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในตอนนั้น มีกรุงเบทเลเฮม

The image http://www.willistonwest.org/photmall/mall04.jpg cannot be displayed, because it contains errors.

รู้ไหมอันนี้คืออะไร นี่คือ ไม้เท้าของโมเสส ที่่พระเจ้ามอบให้ เพื่อช่วยเหลือชาวอิสราเอลอพยพจากอียิปต์ที่ปรากฏใน เอ็กโซดัสในพระคัมภียร์ไบเบิล เดินทางตาม ทะเลเดดซี ไม่แน่ใจว่า โมเสสเสียชีวิตตรงนี้หรือเปล่านะครับ

คิดว่านักบวชชาวคริสต์เดินทางมาที่นี่

ที่เทือกเขานีโม เขตแดนศักดิ์สิทธิ์ ตามคัมภีร์ โบราณ พระเจ้าแสดงให้โมเสส เห็นว่า ที่แห่งนี้คือสรวงสวรรค์ มีอาณาเขตที่แผ่ไปทางตะวันตก ไปจนถึง เยรูซาเลม เจอร์เรโค เบทเลเฮม และทะเลสาบเดดซี ปัจจุบันคือ อิสราเอลและ ดินแดนปาเลสไตล์ ที่เคยถูกยึดครองในอดีตนั้นเอง ชาวอิสราเอลเชื่อว่าข้อความที่ปรากฏในคัมภีร์นั้นเป็นเรื่องจริง เปรียบเสมือนเครื่องยืนยันของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ของพวกเขาด้วย และพื้นดินแห่งนี้ครับ มีแต่ความสงบสุข แต่ความเป็นจริงมันมีแต่ภาพของความสับสนวุ่นวาย ความขัดแย้งและความทุกข์ยาก

The image http://www.bibleplaces.com/images/Temple_Mount_aerial_tb_n031900.jpg cannot be displayed, because it contains errors.

ตามชายฝั่งทะเลเดดซี ไปยังเยรูซาเลม ซึ่งเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ของสาม ศาสนาของโลก และเป็นเมืองที่มีการแบ่งแยกทางศาสนา นานนับศตวรรษ  temple mount ในเยรูซาเลม เป็นสิ่งก่อสร้างที่ดูลึกลับที่สุดในโลก สิ่งก่อสร้างที่คัมภีร์ บอกไว้ว่า ออกแบบตามพระบัญชาของพระเจ้าครับ สำหรับ รูปแบบ รายละเอียด สัดส่วน และความสำคัญนั้น แสดงถึง ความงดงามความสอดคล้อง รวมไปถึงการ ก่อสร้างที่ดูลึกลับเป็นอย่างยิ่งครับ วิหารของโซโลมอน ไม่เหลือให้เราได้เห็นครับ เพราะถูกทำลายโดยกษัตริย์ เดบูคัตเตบซา แห่ง บาบิลอน ประมาณ 2,500 ปีที่ผ่านมานี้

ชาวยิว ชาว คริสต์ และชาวมุสลิม นับถือ Temple Mount เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

ก่อนที่คริสต์และอิสลามจะเกิดขึ้น บนดินแดนแห่งนี้ ชาวยิวได้สร้างวิหารทั้งสามหลังขึ้น มาบน Temple Mount เมื่อ 3,000 ปีที่แล้วครับ เพื่อสักการบูชา มีการสลักสวยงามด้วย ส่วนกำแพงด้านตะวันตกของวิหารนั้น เป็น เขตศักดิ์สิทธิ์ของชาวยิวด้วย ผู้คนจะสวดอ้อนวอนผู้ชายอยูทางซ้ายส่วนหญิงอยู่ขวาครับ ในการสวดอ้อนวอนผู้สวดจะเขียนข้อความสั้น ๆ และใส่ไว้ในรอยแยกของกำแพง กำแพงนี้เรียกว่า wailing wall แต่พวกเขาไม่ได้สวดของพรจากกำแพงครับ เขาสวดอ้อนวอนต่อ temple mount ต่างหาก เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเชื่อว่า พระเจ้าทรงเริ่มสร้าง โลก จากสถานที่นี้

และอนาณาเขตที่เคารพของชาวยิวและคริสต์ เหตุใดจึงมีสิ่งก่อสร้างของศาสนาอิสลามอยู่ด้านบน 

ในปี 638 ชาวมุสลิมได้เข้ายึดครองกรุงเยรูซาเลม พร้อมกับสร้างสุเหร่าและโบสถ์ ที่บริเวณด้านบนของ temple mount  ปัจจุบันมีก้อนหินขนาดใหญ่ ซึ่งมีความสำคัญมาก ใน temple mount  ก้อนหินนี้ ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิม ชาวยิว และชาวคริสต์ เพราะพวกเขาต่างเชื่อว่า ที่คือที่ อับบราฮัม ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของ สามศาสนา ใช้ในการบวงสรวงวิญญาณของบุตรชายที่ชื่อว่า ไอแซค สำหรับอิสลามเชื่อว่า พระศาสดา มูฮามัด เสด็จขึ้นจากสวรรค์ จากก้อนหินก้อนนี้

The image http://www.phoenixmasonry.org/images/king_solomons_temple_2.jpg cannot be displayed, because it contains errors.วิหารโซโลมอนในอดีต และเป็นจุดเริ่มต้นของ knights templar แห่ง ไพรเออร์รี่ ออฟไซออน

The image http://lotb.discoverthebook.org/Israel/images/Herod's%20Temple%20jd.jpg cannot be displayed, because it contains errors.
รูปนี้ คือ วิหารเฮรอด ตั้งโดยชาวโรมัน ช่วงศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์กาล สร้างใหม่เป็นครั้งที่ 3 ต่อมา ชาวมุสลิมได้มายึดครองเยรูซาเลมช่วง ศตวรรษที่ 7 โดยกาหลิบ แล้วร้างสุเหร่าทับตรงวิหารแห่งเดิมนี้

อีกเหตุผลที่ทำให้ temple mount สำคัญต่อศาสนาทั้งสาม วิหารของโซโลมอน เคยเป็นที่เก็บหีบพระบัญญัติ และบัลลังค์ของพระเจ้า และกล่องบรรจุแผ่นศิลาจารึกบัญญัติ 10 ประการ ที่พระเจ้าทรงมอบแด่โมเสส

 The image http://www.deathworld.org/warehouse/images/ark-rep.jpg cannot be displayed, because it contains errors.
หีบพระบัญญัติในจินนาการ ปัจจุบันไม่รู้ว่ารูปร่างเป็นอย่างไรและไม่มีผู้ใดพบเห็นมันมาก่อน

ภายหลัง เกิดอะไรขึ้นกับหีบพระบัญญัติ สิ่งล้ำค่าของชาวยิว อันที่จริงไม่มีผู้ใดล่วงรู้ ได้ ว่ากันว่าหีบใบนั้น ตั้งอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ของวิหารโซโลมอน โดยถูกซ่อนไว้ในช่องลับแห่งหนึ่ง ก่อนที่ เดบูคัตเตบซา จะบุกมาทำลายวัดและและหีบนั้น ก็น่าจะยังคงอยู่มาถึงปัจจุบันนี้ครับ

อย่างไรก็ตาม ยังมีเรื่องเล่าอีกเรื่องหนึ่ง คือ โซโลมอน มีพระโอรส ประสูติขึ้นมาจาก ราชินี ชีบา (วันหลังจะนำเรื่องนี้ว่า เหตุใด ราชินีชีบา เดินทางมาหากษัตริย์โซโลมอน เขียนไว้แล้วครับ แต่ยังไม่ได้ตัดต่อ เรียบเรียง)และโซโลมอนก็ประทานหีบนั้น แด่พระโอรส นำกลับไปยัง เอธิโอเปีย หลายคนพยายามค้นหาหีบพระบัญญัติใบนั้น รวมทั้ง ชาวครูเสด ที่ยึดเยรูซาเลมได้ ในช่วง ปลายศตวรรษที่ 11 กัน ตอนต่อไป ไม่รู้เมื่อไหร่ เราจะค้นหาสถานที่ที่เชื่อว่าเก็บ หีบพระบัญญัติกัน ครับยาวจัง ค่อย ๆ อ่านครับ เพราะอาจจะไม่ได้อัพอีกหลายวัน

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
นี่ก็มรดกโลกอีกชิ้นนึงเลยนะเนี่ย

เคยดูสารคดีในทีวีด้วยครับ
Oh!! Wow!!

สุดยอดเลยค่ะ

เหมือนที่กำลังอ่านในหนังสือตอนนี้อยู่เลย

เค้าไปเที่ยวที่อียิปต์กัน แล้วก็ไปสถานที่ต่างๆ

ซึ่งก็มีอยู่ในบลอคของคุนด้วยล่ะค่ะ

อ่านหนังสือเล่มนี้เลยได้รู้ภาษาอารบิคมาบ้างอ่ะค่ะ

(ถึงจะไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์อ่าค่ะ แต่ไม่ได้ลบหลู่แต่อย่างใดนะคะ)

:: Shukran gazilan [ชรู้กกัน กาซิลัน] ::

:: ละ อาฟวาน...ทิสบาฮี อลาเคอร์ ::

:: ทิสบาห์ อลาเคอร์ ::

:: อินชะ อาหล่า ::

:: ซาลาม อาเลคุม...เอ็นตะคว็อยช์? ::

:: ฮาเบ็บตี้ ::


แต่ที่ตองชอบคือคำว่า "ฮาบีบี้" คิคิ

พร่ามยาวไปหน่อย ขอโทษนะคะ

ไปแระคะ ยินดีที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมบลอคนี้ค่ะ

#2  by  -'๑'-.. noproblem ..-'๑'- At 2006-04-17 15:20, 
เนื่องจากว่ามีการถอดรหัสลับในใบเบิ้ล และรหัสลับเหล่านั้นแทบทุกรหัสเกิดขึ้นจริงมาแล้วทั้งสิ้น เช่นมีการกล่าวถึงเดือนธันวาคม ปีศักราชของฮีบรูซึ่งแปลได้คือปีค.ศ.2004 รหัสลับมีคำว่า "..the disaster.." / "..tsunami.." / "..you will die men.." / "Ten thousand.." / "..have been kill.." / "..from the water" / "..the 14 of Tevet (26 ธันวาคม)..." / "..in Asia.." คำเหล่านี้บางคำวางไขว้กันและความน่าจะเป็นต่อคำในข้อความที่อาจบังเอิญวางเป็นรูปคำนั้นมีถึง1:10,000,000 เลยทีเดียว อย่างรหัสลับวันที่11 ก.ย.ก้อมี แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าพบรหัสลับหลังจากที่เหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว
มาจนถึงปี2006นี้มีรหัสลับระบุไว้หลายเหตุการณ์ เช่น "Great stones" / "They will fall;[on] open fields/son." / "Stones/rocks fell down" / "And their is a rock,it is cursed for you." / "impact in to the sea" / "in to the Indian" / "atlantic ocean" / "great wave" / "not the sea of impact" และมีบางรหัสบอกไว้เกี่ยวกับวันที่23มี.ค.2006ว่า "my sign we are living waters(torah) g-d is here" / "He judged" / "it shall be an evil time in that day" แต่รหัสเกี่ยวกับปี2006ส่วนใหญ่จะพูดถึงสงครามโลกในวันที่3 ส.ค.2006มากกว่า ส่วนเกี่ยวกับอุกกาบาตนั้นไม่ได้ระบุวันที่เพียงแต่ระบุปีไว้ซึ่งปี2006นี้ก้อมีระบุไว้เช่นกัน และเนื่องจากฐานข้อมูลของนาซ่าและองการเกี่ยวกับอวกาศนานาชาตินั้น พบดาวหางจำนวนหนึ่งพุ่งเข้าไกล้โลกมากที่สุดวันที่23-25มี.ค.2006นี้ และจากกราฟระบุว่าถ้าหากมันเกิดถูกแรงดึงดูดของโลกดูดเข้ามา มันจะมีโอกาศตกที่มหาสมุทรแอ็ตแลนติก ซึ่งไกลจากประเทศไทยมาก แต่ก้อมีโอกาศที่จะตกในมหาสมุทรอินเดียด้วยเหมือนกันและรหัสลับในใบเบิ้ลก้อมีคำว่า "Indian,impact" ด้วยเพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยในวันที่23กับวันที่25มี.ค.นี้อย่าไปเที่ยวทะเลเด็ดขาด เพราะมันอาจเกิดเหตุการณ์ที่คุนไม่คาดคิดเกิดขึ้นก้อได้ ผมไม่ได้บอกว่ามันจะเกิด100% แต่ก้อไม่ได้บอกว่ามันจะไม่เกิดขึ้น100% ดังนั้นจงใช้วิจารณญาณเป็นที่ตั้งด้วยนะครับถ้าไม่ไปเที่ยวทะเล2วันนั้นแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก้อไม่เสียหาย ใช่ไหมครับผมทำได้แค่เตือนพวกคุณเท่านั้นอยู่ที่พวกคุนแล้วว่าจะเชื่อหรือไม่ เท่านั้นเอง!
***คลื่นซึนามิที่เกิดจากเทหะวัตถุนอกโลกตกทระทบมหาสมุทรนั้นไม่สามารถพยากรณ์ได้ทันท่วงทีบวกกับความสูงของคลื่นที่ใหญ่ยักษ์กว่าคลื่นซึนามิที่เกิดจากแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดใต้น้ำหลายเท่าตัวดังนั้นมันจะกินวงกว้างเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ได้เป็นสิบๆหรืออาจถึงร้อยกิโลเมตรเลยทีเดียว***
***ถ้าเทหะวัตถุนอกโลกตกกระแทกแผ่นดิน จะเกิดแรงระเบิดเท่ากับระเบิดไฮโดรลิคหลายล้านลูก เศษฝุ่นละอองจะปลิวขึ้นท้องฟ้าปิดบังแสงอาทิตย์ไปหลายเดือนอาจกินเวลาเป็นปีๆ จนพืชและสัตว์ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ใด้ อากาศหนาวเย็นจนต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ไม่มีเวลากลางวัน จนกว่าเศษฝุ่นนั้นจะตกลงบนพื้นดินจนหมด***
#3  by  er (124.121.111.147) At 2006-05-20 22:37, 
ได้ความรู้ อ่านแล้วรู้สึกทึ่งกับสิ่งที่คนโบราณได้สร้างสรรค์ไว้อย่างยอดเยี่ยม... อยากไปมากค่ะ
#4  by  ณัฏฐา (58.136.233.216) At 2006-09-04 19:44, 
ความลับมาบอก เป็นเรื่องจิงที่เกิดขึ้น

>>เคยมีเด็กถูกฆ่าตายที่ห้องน้ำของภารโรง

>>แต่ไม่สามารถหาต้นเหตุของคดีนี้ได้

>>จึงได้ปล่อยร่างไร้วิญญาณของเด็กน้อยทิ้งไว้ ณ ที่แห่งเดิม

>>ไม่มีการทำพิธีอะไรทั้งสิ้น วิญญาณของเด็กจึงล่องลอยวนเวียนอยู่ที่รร.

>>เป็นเวลาหลาย 10 ปี

>>จนวันหนึ่งได้มีกลุ่มนร.หญิงเข้าไปในห้องน้ำนั้นเพื่อหวังจะแกล้งภารโรง

>>จึงได้พบกับวิญญาณของเด็กน้อย กำลังไต่ไปตามเพดาน พร้อมแสยะยิ้มให้

>>พวกเทอกลัวมากรีบวิ่งออกจากห้องน้ำ

>>แต่เพื่อนคนหนึ่งพลันไปเหยียบแอ่งน้ำที่พื่นเข้า

>>จึงได้ล้มและไปสะดุดขาของเพื่อนอีกคนหนึ่งเข้า

>>เพื่อนคนนั้นได้จับแขนของอีกคนไว้จึงล้มกันมาเป็นทอดๆและหัวฟาดพื้นตายหมด

>>วิญญาณของพวกเขาจึงวนเวียน ณ ที่แห่งนั้นตลอดไป

>>จงส่งต่อไปอีก 20 กระทู้ ภายใน 7 ชม.

>>ต่อแรกเราก็ไม่เชื่อหรอกแต่เพื่อนเราประสบอุบัติเหตุไปแล้ว 5คนตั้งแต่เราอ่าน

.....ไม่รู้จะคิดไงกันนะ แต่เราว่ากันไว้ดีกว่านะ
#5  by   (203.148.183.104) At 2006-11-20 18:20, 
อยากรู้ประวัติความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้ากับชาวยิวและประวัติพระอัลลอฮ ยะโอวาพระเจ้าของทั้ง3ศาสนา หรือกำเนิดพระเจ้า รบกวนช่วยหาให้หน่อยได้ไหมครับ
#6  by  อุ้ม (61.91.161.161) At 2007-04-12 15:03, 
#7  by  รีราวดี วรรณาเวศน์ (58.147.124.176) At 2007-05-26 10:17, 
เมืองเพตรา ที่สวยงาม
#8  by  tg (222.123.9.26) At 2007-07-16 11:27, 
สวยเนอะ น่าทึ่งเลย สุดยอดๆๆๆๆsad smile question surprised smile
#9  by  รดา (125.24.56.71) At 2007-11-16 09:58, 
big smile สวยมาก
#10  by  สุรศา (125.24.130.91) At 2007-12-09 12:39, 
embarrassed สวยจริงๆbig smile
#11  by  ดาวน้อย (125.24.130.91) At 2007-12-09 12:40, 
สวยมากเลยคะ มีข้อมูลอะไร เกี่ยวกับสิ่งมหัศจรรย์กรุณาส่งมาให้หน่อยนะคะ
#12  by  ธนพร กิติยศ (61.7.175.133) At 2007-12-27 18:34, 
สวยมากเลยคะ มีข้อมูลอะไร เกี่ยวกับสิ่งมหัศจรรย์กรุณาส่งมาให้หน่อยนะคะ
#13  by  ธนพร กิติยศ (61.7.175.133) At 2007-12-27 18:34, 
กรรม
อะไร ว่ะ
กรุม่ายเหงจาเข้าจายเลย
กรุต้องการ ข้อมุล "ชนเผ่ายิปซี"




punhakun_vama@hotmail.com
#14  by   (125.26.228.255) At 2008-01-05 22:44, 
กรรม
อะไร ว่ะ
กรุม่ายเหงจาเข้าจายเลย
กรุต้องการ ข้อมุล "ชนเผ่ายิปซี"




punhakun_vama@hotmail.com
#15  by   (125.26.228.255) At 2008-01-05 22:45, 
กรรม
อะไร ว่ะ
กรุม่ายเหงจาเข้าจายเลย
กรุต้องการ ข้อมุล "ชนเผ่ายิปซี"




punhakun_vama@hotmail.com
#16  by  555 (125.26.228.255) At 2008-01-05 22:45, 
กรรม
อะไร ว่ะ
กรุม่ายเหงจาเข้าจายเลย
กรุต้องการ ข้อมุล "ชนเผ่ายิปซี"




punhakun_vama@hotmail.com
#17  by  555 (125.26.228.255) At 2008-01-05 22:45, 
มันคือ สถานที่ที่ คลีโอพัตราได้สั่งให้สร้างเป็นที่ที่ลี่ภัยและกลายมาเป็นสถานที่ที่มีนักบวชเพราะดีกว่าปล่อบให้ว่างเเละยังไม่เป็นที่ต้องสงสัยอีกด้วย แต่ต่อมาเกิดสงความ สมบัติทุกชิ้นของอีหยิปต์ได้มารวมกันที่นี้แต่ก็ไม่รอด เล่ากันว่าในตสมัยอีหยิปรุ่งเรืองทุกสิ้งล้วนทำจากทองคำ เหมือนเรือคลีโอพัตรา สมบัติมี่มูลค่ามากกว่าของ กรีกซะอีก ซึ่งยังเล่ากันอีกว่าอียิปต์นั้นรุ่งเรืองมากถ้าไม่เกิดสงครามภายใน (สงครามครีโอและซีซ่า มาคเอนโทนี้) อียิปต์คืออาณาจักรเดียวที่รอดพ้นจากการล่าเมืองขึ้นกรีก เล่ากันว่า กำแพงอียิปสูงเสียดฟ้า มีบานประตูใหญ่ เข้าออก 4-6 ประตูรอบเมือง (!!!!!เห็นอย่างห้องสมุดอาเล็กซานเดรียหรือป่าวเล่ากันว่าเป็นห้องสมุดเเห่งเดียวในโลกและเป็นต้นแบบของที่อื่น ๆ และยังใหญ่กว่าห้องโถงการประชุมของกรีกซะอีกซะอีก มีหนังสือมากกว่าล้านฉบับยังรวมการทำมัมมีไว้อีกด้วย(เสียดายมีสูตรประถินผิวไว้ด้วย)ไม่หมดเลย



#18  by  my in love (117.47.107.201) At 2008-03-11 17:03, 

<< Home