2006/Jan/29

ความเชื่อของนักวิทยาศาสตร์ ที่ว่า มันเกิดมาจากไหน สันติฐานมาจากการพบฟอสซิลของไดโนเสาร์ และส่วนต่าง ๆ ที่มีลักษณะ คล้ายกับมังกร

มังกรตามความเชื่อของคนโบราณ จึงเป็นที่รู้จักกันในนามไดโนเสาร์ แต่ความเชื่อเรื่องมังกรก็ยัง ไม่หมดไป ฟิวส์เดินทางไปยังเบอร์ลินประเทศเยอรมนี เขาเริ่มจากพิพิธภัณฑ์ฮัมโบร ที่นี่เองมี ฟอสซิลของ อาร์เคอ๊อกเทอรีส นกดึกดำบรรพ์ในยุคจูราสสิก บรรพบุรุษของสัตว์จำพวกนก

ถ้าพบกแต่โครงกระดูกของสัตว์ดึกดำบรรพ์เราก็อาจคิดว่ามันคือไดโนเสาร์ธรรมดา แต่เมื่อ อาร์เคอ๊อกเทอรีส มีปีกและขนเหมือนนกปกคลุมอยู่ทุกตัว มันก็น่าจะบินได้ แต่ก็ใช่ว่า อาร์เคอ๊อกเทอรีส จะเหมือนมังกรไปเสียทุกอย่าง ส่วน สัตว์ตระกูล เทโรซอร์จะมีความแตกต่างไปนิดคือมีปีกกว้าง 40 ฟุต นอกจากนี้ยังมีอุ้งมือขนาดใหญ่ มีขากรรไกรที่ยาวมาก และมีฟันขนาดใหญ่ ไดโนเสาร์ตระกูลนี้จึงน่าจะใกล้เคียงกับมังกรมากที่สุด

สเตกอร์ซอรัส เป็นไดโนเสาร์ที่มีแผงหลังขนาดใหญ่ แต่มีส่วนหัวเล็ก ที่หลังมีกระดูกเรียงกันเป็นแถว และมีขนาดลำตัวยาวถึง 9 เมตร สเตกอซอรัสเป็นไดโนเสาร์กินพืช แต่ประโยชน์ที่แท้จริงของแผงหลังก็ยังคงเป็นปริศนา มีการคาดเดาไปต่าง ๆ นา ๆ ไม่ว่าจะควบคุมอุณหภูมิร่างกาย หรือใช้ป้องกันตัวเอง หรือแม้กระทั่งเพื่อความสวยงาม แต่รูปร่างของสเตกอซอรัส

คริทอซอรัส อาศัยลึกเข้าไปในป่าบนเนินเขา ฟอสซิล ของโคริทอซอรัส ยังมีสภาพสมบูรณ์ ทำให้เราเห็นรูปร่างหน้าตาได้ชัดเจน เมื่อสังเกตตัวอย่างชองฟอสซิล สามารถเห็นได้แม้แต่ริ้วรอยตามผิวหนัง


มังกรอาจมีน้ำหนักตัวเบาเหมือนกับไดโนเสาร์กินพืชหลายชนิด ที่ร่างกายเต็มไปด้วยอากาศก็ได้ ทำให้มันบินขึ้นจากพื้น ทำให้ไม่ต้องใช้แรงมากเหมือนที่คิดกัน ถ้ามังกรมีปีกขนาดใหญ่เหมือนเทโรซอร์ และมีกระดูกกลวง ก็บินได้เหมือนกัน

ชาวมายา ก็มีเรื่องเล่า ตามตำนานโบราณได้ว่ารูปร่างของมังกรเอาไว้ ว่า เป็นสัตว์ที่บินลงมาจากฟากฟ้า ลำตัวเป็นสีเขียวเปล่งประกาย ส่วนหัวดูน่ากลัว มีกรามคล้ายกับจระเข้ นกท้องถิ่นในป่าเม็กซิโก จะเป็นที่มาของมังกร ตามความเชื่อของชาวมายา

เม็กซิโกไม่เพียงแต่เป็นแหล่งความเชื่อเรื่องมังกรมนยุคหินเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งความเชื่อเรื่องสัตว์ประหลาดอีกด้วย

คาบสมุทร ยูคาทาล ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นจุดที่อุกกาบาทนอกโลกพุ่งชน เมื่อ 65 ล้านปีก่อน อุกกาบาทขนาดมหึมาที่พุ่งชนโลก ได้ทำลายล้างสิ่งมีชีวิตไปมากกว่าครึ่ง นักโบราณคดีพบว่า มีไดโดนเสาร์หลายชนิดรอดชีวิตมาได้ และอยู่อีกต่อมาอย่างน้อย 200,000 ปี จนสิ้นสุดยุค ครีเตเชียส

ถ้ามังกรพ่นไฟ
ถ้ามังกรพ่นไฟมีอยู่จริง พวกมันจะทำอย่างงั้นได้หรือไม่ ตามหลักวิทยาศาสตร์ มังกรอาจมีลมหายใจที่พ่นไฟได้จริง ตามทฤษฏีถ้าร่างกายของมังกร ผลิตฟอสฟอรัส หรือ โพแตสเซียมได้ และไปทำปฏิกิริยากับมีเทน และออกซิเจนในร่างกาย มันก็จะสร้างลูกไฟได้ ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ ในที่สุดมังกรในจินตนาการ ก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

อันนี้เป็นอย่างย่อครับ
ส่วนเนือเรื่องทั้งหมด
http://thammachat.tripod.com/conviction/dragon.htm
เข้าไปอ่านได้ครับ
จากเวปของผมเอง ไม่ได้โพสมาหลายวัน ไม่ได้ไปไหนหรอกครับ มัวแต่วางกับดัก บนเวป หรือ หาพันธมิตรแลกลิงค์อยู่ครับ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ่า กำลังศึกษามังกรอยู่พอดีเลยครับ
#1  by  . At 2006-01-29 18:47, 
ฐานข้อมูลแน่นจังค่ะ
เรื่องมังกรเข้ากะตรุษจีนเลยนะ...
#2  by  namwarn At 2006-01-29 19:09, 
วันนี้มาเรื่องมังกร

ของโปรดของผมเลยครับ ขอบคุณมาก
เคยคิดเล่นๆว่า เมื่อประวัติศาสตร์ทั่วโลกจารึกไว้ว่ามีมังกร ในอดีต อาจจะมีสัวตร์จำพวกนี้อยู่จริงก็ได้มั้ง แบบที่เรายังไม่ได้ค้นพบ
#4  by  ฟิวส์ At 2006-01-29 22:24, 
อาร์เคอ๊อกเทอรีสที่ว่านี่หมายถึงอาร์คีออปเธอริกซ์ (Archaeoptheryx) หรือเปล่าครับ
#5  by  P.S. At 2006-01-30 16:46, 
#5 ใช่แล้วครับ อันที่จริงตอนแรก ผมไม่รู้หรอกว่า ภาษาไทย มันเขียนยังไง ก็เดา ๆ เอานะครับ แต่ยังไงก็อ่านได้เหมือนกัน
#6  by  LEONARDO DAVINCI At 2006-02-02 11:31, 
ขอบคุณมากๆ ค่ะ
กำลังอยากศึกษาเรื่องมังกรเลย...
#7  by  ASHLEY :) At 2006-02-02 19:13, 
เนื่องจากว่ามีการถอดรหัสลับในใบเบิ้ล และรหัสลับเหล่านั้นแทบทุกรหัสเกิดขึ้นจริงมาแล้วทั้งสิ้น เช่นมีการกล่าวถึงเดือนธันวาคม ปีศักราชของฮีบรูซึ่งแปลได้คือปีค.ศ.2004 รหัสลับมีคำว่า "..the disaster.." / "..tsunami.." / "..you will die men.." / "Ten thousand.." / "..have been kill.." / "..from the water" / "..the 14 of Tevet (26 ธันวาคม)..." / "..in Asia.." คำเหล่านี้บางคำวางไขว้กันและความน่าจะเป็นต่อคำในข้อความที่อาจบังเอิญวางเป็นรูปคำนั้นมีถึง1:10,000,000 เลยทีเดียว อย่างรหัสลับวันที่11 ก.ย.ก้อมี แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าพบรหัสลับหลังจากที่เหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว
มาจนถึงปี2006นี้มีรหัสลับระบุไว้หลายเหตุการณ์ เช่น "Great stones" / "They will fall;[on] open fields/son." / "Stones/rocks fell down" / "And their is a rock,it is cursed for you." / "impact in to the sea" / "in to the Indian" / "atlantic ocean" / "great wave" / "not the sea of impact" และมีบางรหัสบอกไว้เกี่ยวกับวันที่23มี.ค.2006ว่า "my sign we are living waters(torah) g-d is here" / "He judged" / "it shall be an evil time in that day" แต่รหัสเกี่ยวกับปี2006ส่วนใหญ่จะพูดถึงสงครามโลกในวันที่3 ส.ค.2006มากกว่า ส่วนเกี่ยวกับอุกกาบาตนั้นไม่ได้ระบุวันที่เพียงแต่ระบุปีไว้ซึ่งปี2006นี้ก้อมีระบุไว้เช่นกัน และเนื่องจากฐานข้อมูลของนาซ่าและองการเกี่ยวกับอวกาศนานาชาตินั้น พบดาวหางจำนวนหนึ่งพุ่งเข้าไกล้โลกมากที่สุดวันที่23-25มี.ค.2006นี้ และจากกราฟระบุว่าถ้าหากมันเกิดถูกแรงดึงดูดของโลกดูดเข้ามา มันจะมีโอกาศตกที่มหาสมุทรแอ็ตแลนติก ซึ่งไกลจากประเทศไทยมาก แต่ก้อมีโอกาศที่จะตกในมหาสมุทรอินเดียด้วยเหมือนกันและรหัสลับในใบเบิ้ลก้อมีคำว่า "Indian,impact" ด้วยเพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยในวันที่23กับวันที่25มี.ค.นี้อย่าไปเที่ยวทะเลเด็ดขาด เพราะมันอาจเกิดเหตุการณ์ที่คุนไม่คาดคิดเกิดขึ้นก้อได้ ผมไม่ได้บอกว่ามันจะเกิด100% แต่ก้อไม่ได้บอกว่ามันจะไม่เกิดขึ้น100% ดังนั้นจงใช้วิจารณญาณเป็นที่ตั้งด้วยนะครับถ้าไม่ไปเที่ยวทะเล2วันนั้นแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก้อไม่เสียหาย ใช่ไหมครับผมทำได้แค่เตือนพวกคุณเท่านั้นอยู่ที่พวกคุนแล้วว่าจะเชื่อหรือไม่ เท่านั้นเอง!
***คลื่นซึนามิที่เกิดจากเทหะวัตถุนอกโลกตกทระทบมหาสมุทรนั้นไม่สามารถพยากรณ์ได้ทันท่วงทีบวกกับความสูงของคลื่นที่ใหญ่ยักษ์กว่าคลื่นซึนามิที่เกิดจากแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดใต้น้ำหลายเท่าตัวดังนั้นมันจะกินวงกว้างเข้าไปในแผ่นดินใหญ่ได้เป็นสิบๆหรืออาจถึงร้อยกิโลเมตรเลยทีเดียว***
***ถ้าเทหะวัตถุนอกโลกตกกระแทกแผ่นดิน จะเกิดแรงระเบิดเท่ากับระเบิดไฮโดรลิคหลายล้านลูก เศษฝุ่นละอองจะปลิวขึ้นท้องฟ้าปิดบังแสงอาทิตย์ไปหลายเดือนอาจกินเวลาเป็นปีๆ จนพืชและสัตว์ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ใด้ อากาศหนาวเย็นจนต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ไม่มีเวลากลางวัน จนกว่าเศษฝุ่นนั้นจะตกลงบนพื้นดินจนหมด***
#8  by  er (124.121.111.147) At 2006-05-20 22:36, 
Google is the best search engine
#9  by  EtKYfXMn (85.255.114.132) At 2007-01-17 09:16, 
ขอบคุณจ้า
ได้รายละเอียกเยอะเลย
#10  by  Ly (58.9.125.34) At 2007-07-12 15:08, 
#11  by  เทโรซอร์ (202.5.86.75) At 2007-07-16 22:07, 
#12  by   (203.172.199.250 /10.250.60.148) At 2007-09-28 14:07, 
#13  by   (125.27.52.131) At 2007-12-19 19:42, 
หาเจอแล้ว sad smile
ไม่เห็นมีภาพเลย sad smile
ทำไมไม่มี embarrassed
ไม่น่าสนใจด้วย
ไปละ
โธ่ไม่น่าเลย
#14  by  yo! (202.57.173.71) At 2008-09-20 16:09, 
มังกรหรื่อไส้เดือน
#15  by   (203.172.248.37) At 2009-06-01 12:01, 
ผมอ่านแล้วได้รู้ว่า"มังการ"เป้นความเชื่อส่วนุคลแต่ในความคิดของผมผมคิดว่ามังกรมีอยู่จริงแต่ไม่มีใครรู่ได้ว่ามันจะอยุ่หรือมันตายแล้ว แต่ผมว่ามังกรมีอยุ่จริง ในจินตนาการของคน อิอิอิอิ
#16  by  ตะวัน&นที (125.27.249.165) At 2009-11-16 13:24, 

<< Home