ช่วงยุคปลายทศวรรษ 1990 ถึงปัจจุบัน
ช่วงปลายทศวรรษ 1990
นั้นเกิดตัวแปรทางเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบทางสังคมในแง่ที่เป็นตัวเร่งวิถี ของปัจเจกนิยม
แนวคิด นีโอ ฮิวแมนนิส์ (Neo-Humanism)และ แนวคิดโพสโมเดิร์นนิสม์ ที่มีมาก่อนหน้านี้ ตัวแปรก็คือ
เทคโนโลยีการสื่อสาร และ เครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งทำให้เกิดการรวมกับความสับสนของทิศทางการพัฒนาของสังคม ในยุคก่อนหน้านี้
จนเกิดการล่มสลายของสถาบันทางสังคม นอกเหนือจากแนววิทยาศาสตร์ เช่น GTO และ ป๋าอัจฉริยะ
ได้พยายามนำเสนอออกมา และแนวคิดที่มาจากกลุ่มของผู้ต่อต้านระบบทางสังคม ตัวอย่างเช่น ฮิปปี้ และพังค์
จนเกิดเป็นวัฒนธรรมดิจิตอล ของกลุ่มวัยรุ่นช่วงอายุ 12-19 ปี และคนหนุ่มสาวในช่วง
20-30 ปี ขึ้นทั่วโลก
กลุ่มทางสังคมที่ได้รับอิทธิพลการดำเนินชีวิตจากเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์
เช่น Geeks, Hackers, crackers, phreakers และ cyberpunks ได้รับแรงหนุนจากเครือข่ายคอมพิวเตอร์
จนมีผู้เรียกคนยุคนี้ว่าเป็นยุค geeks
revenge คือการกลับมาแก้แค้นของคนกลุ่มนี้ต่อสังคม
เนื่องจากกลุ่มคนดังกล่าวในสมัยก่อนมักถูกสังคมมองว่าเป็นพวกตัวประหลาด
(ในเมืองไทยมีการให้คำนิยาม เช่น พวกเด็กเรียน พวกนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง
และ พวกติ๊งต๊อง) แต่กลับกลายเป็นว่าขณะนี้กลุ่มคนเหล่านี้เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่บางคนกลาย เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง
บางคนกลายเป็น CEO ของบริษัทยักษ์ในอุตสาหกรรมด้านคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์
ตัวละครในวรรณกรรมต่าง ๆ มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น
ความเป็นจริงถูกทดแทนด้วย โลกเสมือนจริง (Virtual Reality, VR)
และข้อมูลข่าวสารสนเทศที่หลั่งไหลกันเข้ามาจนเกิดเป็น ความเป็นจริงที่ถูกสร้างขึ้น
(Hyperreality)
ซึ่งทำให้มนุษย์เกิดการถ่ายเททางวัฒนธรรมของมนุษย์ ปัจจุบันก็เข้าใกล้ความเป็นอิสระสูงและ
ไร้ระเบียบทางสังคม (Chaos)
และมีความซับซ้อนสูงเทียบได้กับหน่วยอิททรีย์ขนาดใหญ่ (Mainzer, 1994)
สิ่งเหล่านี้เอง เมื่อผสมกับแนวของนิยายวิทยาศาสตร์
จึงเกิดนิยายวิทยาศาสตร์แนวคอมพิวเตอร์และไซเบอร์พังค์ ขึ้นมาตั้งแต่ยุค 1980
แม้จะไม่เด่นแต่ก็เป็นแนวเรื่องที่ได้รับความนิยมขึ้นเรื่อง ๆ โดยมักกล่าวถึง นาโน
เทคโนโลยี การควบคุมเครื่องจักรด้วยเสียงและคำพูด การตัดต่อยีนการประยุกต์วิศวกรรมพันธุศาสตร์เข้ากับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเครื่องจักร
ระบบปัญญาประดิษฐ์ โลกในมิติคู่ขนานซึ่งอยู่ในคอมพิวเตอร์
การเชื่อมต่อของจิตเข้าสู่โลก คอมพิวเตอร์
การเชื่อมต่อสมองมนุษย์เข้ากับคอมพิวเตอร์และอาชญกรรมทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ปรากฏในภาพยนตร์ต่าง ๆ เช่น Wargames, Tron, Blade Runner, Johnny Mnemonic, The
Terminator, Hackers, Disclosure, The Net, The Matrix, 13th Floor,
Borg ใน Star Trek, Balylon 5 , Barth: Final Conflict และ The Cell
เฉพาะการ์ตูนวิทยาศาสตร์ของญี่ปุ่น ในยุคหลังนั้น
ยังคงเอกลักษณ์ของตนเองในส่วนที่เป็นการ์ตูนแนวแอ๊กชั่น และ
แนวเรื่องหุ่นยนต์ยักษ์และหุ่นแปลงร่างก็ยังคงปรากฏให้เห็น
แต่แนวเรื่องที่กำลังมาแรงคือแนว ตัวอย่างเช่น Ghost in the Shell เนื่องจากในยุคนี้มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับภาวการณ์ดำรงอยู่ของสติปัญญาเทียม ในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และคุณค่าของความเป็นมนุษย์
การพัฒนาของสิ่งที่เรียกว่า ความรู้สึกนึกคิด consciousness และสติปัญญา (Intellect)
มาจนมีการอภิปรายอย่างกว้างขวางว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ในการสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาโดยมนุษย์
(Mainzer, 1994)

Ghost in The Shell
Evangelion การ์ตูนแนวหุ่นยนต์ยักษ์ที่มีชีวิตที่สร้างจากเทคโนโลยีชีวภาพ
ซึ่งภายหลังเน้นเรื่องจิตและใช้สัญลักษณ์เชิงปรัชญมาก
เรื่อง อีวา เกเลี่ยน ชื่อนี้ก็คงรู้จักกันในนามมนุษย์คนแรกที่เป็นผู้หญิง
คือ อดัม กับอีวา ในเรื่องนี้เป็นเรื่องราวหลังการเกิดอุกาบาทชนโลก
ที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ และเกิดขึ้นอีก และที่เกิดเหตุ
มีการค้นพบชิ้นส่วนสิ่งมีชีวิต จึงเรียกว่า อดัม และมนุษย์ก็สร้างอีวา เป็นมนุษย์เทียม และมีสิ่งมีชีวิตออกมาทำลาย เรียกว่า
เทวทูต มนุษย์ใช้ชื่อนี้เรียกว่าเป็นการลงทัณฑ์จากพระเจ้า ที่พระเจ้าส่งมาเพื่อทำลายมนุษย์
มนุษย์ต้องป้องกันตนเองจึงเป็นที่มาของเรื่องนี้แหละครับ เรื่องนี้ชอบมากครับ
ดูหลายครั้งไม่เบื่อ แฝงด้วยปรัชญา ตอนจบยังทิ้งปริศนาต่าง ๆ ไว้มากมาย


สภาพเบื้องลึกของจิตใจ ชินจิ(พระเอก) ที่กำลังสับสน
มนุษย์เกิดมาเพื่ออะไร? มนุษย์กำลังทำอะไร? และมนุษย์กำลังจะไปไหน?
Macross 7 การ์ตูน ในชุดของมหากาพย์ มาครอส ผ่านบทเพลง
ซึ่งเป็นไอเดียวหลักของมาครอสมา โดยตลอด (เสียแต่ว่า มาครอส 7 เป็นการ์ตูนเน้นสไตล์ของวงการบันเทิงและเพลงร๊อก
มากกว่าเนื้อหาทางด้านเทคโนโลยีการบิน ความรักสามเส้า และสงคราม

การมองโลกในการ์ตูนยุคนี้
มักไม่มองว่าใครเป็นคนหรือคนเลวอย่างชัดเจน ซึ่งเข้ากับแนวคิดต่าง ๆ เนื่องจากแนวคิดที่ต้องการจะไม่ยึดติดในบรรทัดฐานใด ๆ และไม่มองความเป็นจริงอย่างสุดขั้ว
ไม่พยายามเอามาตรฐานใดไปตัดสินสิ่งอื่น เนื่องจากความจริงเป็น สิ่งสัมพันธ์
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนออกมาทั้งในเชิงของมนุษยศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน (Kosko,
1993)





