2005/Nov/08

จอห์น อีราโน บอกว่า เมื่อพูดถึงมัมมี่ คนส่วนใหญ่มักจะพูดถึงศพแห้ง ๆ ที่ห่อไว้ด้วยผ้าดิบ โดยในสมัยอียิปต์นั้น ต้องนำเอาอวัยวะของศพออกทันทีหลังจากเสียชีวิต เพราะอียิปต์ เป็นเมืองร้อน ร่างกายจะเสื่อมสลายได้เร็วกว่าปกติ ในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น หรือไม่ชาวอียิปต์ก็จะนำเอาอวัยวะ ภายในของศพไปใส่คืน หรือทำให้แห้งให้เร็วที่สุด แต่วิธีการทำมัมมี่ของจีนแตกต่างจากของอียิปต์มาก ซึ่งทำให้สภาพศพมีความสมบูรณ์กว่า ด้วยเทคนิคที่ล้ำหน้ากว่าอียิปต์ มีทางเดียวที่จะทำให้รู้ว่า ทำไมสภาพศพของชอนชุ่ยจึงมีสภาพศพยังคงมีจนถึงทุกวันนี้ เราต้องไปที่หลุมฝังศพของชินชุ่ย

ขุดค้นสุสาน 2,000 ปี

สุสานของชินชุ่ย ทำให้ศพของเธอคงสภาพอยู่ได้อย่างไร?

The image http://geog.hkbu.edu.hk/GEOG1150/Chinese/China_Aci_Map/ChinaAciMap_pics/Mawangdui_3.jpg cannot be displayed, because it contains errors.The image http://espanol.chinabroadcast.cn/mmsource/images/2005/06/10/MWD1.jpg cannot be displayed, because it contains errors.
ชินชุ่ย ถูกฝังในสุสานขนาดใหญ่ที่สุด เท่าที่เคยขุดพบในจีน สุสานแห่งนี้อยู่ลึกลงไปใต้ ดิน มีลักษณะ เหมือนปิระมิดหัวกลับ ซึ่งมีความสูงกว่า 12 เมตร การขุดสุสานขนาดมหิมานี้ ต้องใช้เวลายาวนานหลาย ปี และใช้เงินทุนมหาศาล แต่ ชาลล์ ไฮแอต เชื่อว่า ถ้าเข้าไปในสุสานเราจะสัมผัสความรู้สึกของผู้สร้างสุสานขนาดยักษ์ให้ชินชุ่ย ว่าทำไมจึงต้องขุดลึกขนาดนั้น ชาลล์ บอกว่า อุโมงค์แห่งนี้อยู่ใต้สุสานของชินชุ่ย พอดี และสิ่งแรกที่สัมผัสได้เมื่อเข้ามาด้านในก็คือความเย็น มันดูเหมือนตู้เย็นจากธรรมชาติเลยทีเดียว เมื่อมองไปรอบ ๆ ตัวจะเห็นว่า มีกล้วยกักตุนเอาไว้เต็มไปหมด

ชาลล์ ไฮแอต คาดว่า ที่ชาวจีนโบราณเก็บกล้วยเอาไว้ที่นี่ เพราะไม่ต้องการให้สุขเร็วเกินไป และนี่ก็เป็นอีกเหตุผลอีกว่า ทำไมคนสร้างสุสานจึง ต้องขุดดินลึกลงไปมากขนาดนี้ ชาวจีนโบราณรู้ดีกว่าเมื่อขุดลงไปใต้ดิน อากาศจะเย็นจัด ทำให้ของที่เก็บรักษาเอาไว้ไม่เน่าเสียได้ง่าย เหมือนกับทำให้ศพเป็นอมตะ แต่ความเย็นใต้ผืนดินไม่ใช่ความรู้เพียงอย่างเดียว ที่ผู้สร้างสุสานใช้เก็บรักษาศพของชินชุ่ย รอยกดทับของผ้าไหมที่ปรากฏบนผิวหนังของนางบอกเราว่า นี่คือวิธีการอันแยบยลของชาวจีน โดยการทำสภาพศพไม่ให้เน่าเปื่อย ศพของชินชุ่ยถูก ห่อหุ้มอย่างแน่นหนาเท่าที่จะทำได้ ร่างของนางถูกพันด้วยผ้าไหมหนาถึง 20 ชั้น ผ้าไหมที่ห่อศพอยู่นี้ ทำให้แบคทีเรียในร่างกายไม่สามารถ แพร่พันธุ์ได้ ที่โดยทั่วไปแล้ว แบคทีเรียจะย่อยสลายศพของมนุษย์ทันที ที่เสียชีวิต

The image http://kaladarshan.arts.ohio-state.edu/jpgs/213/JCH/Lecture10/29MaWangduiExcav.jpeg cannot be displayed, because it contains errors.The image http://www.100jia.net/schaetze/mawangdui/leiche.jpg cannot be displayed, because it contains errors.

ผู้ที่จัดการพิธีศพของชินชุ่ย ก็ไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ หลังจากห่อศพด้วยผ้าไหม พวกเขานำลงไปบรรจุไว้ในโลงไม่ต่ำกว่า 4 ชั้น แต่ละชั้นต่างออกแบบให้แน่นพอดี และมีการเคลือบผนึกอย่างแน่นหนาโดยรอบทุกชั้นอีกด้วย จากนั้นจึงนำโลงศพมาวาง ไว้ในห้องโถงของสุสาน ซึ่งมีขนาดกว้างยาวด้านละ 6 เมตร และสูง ประมาณ 3 เมตร คนงานในสุสานนำถ่านประมาณ 5 ตันมาเททับบนโลกศพอีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันความชื้น จากนั้นจึงพอกทับด้วยดินเหนียวหนามากกว่า 1 เมตร ขั้นตอนสุดท้าย คนงานกลบสุสานให้แน่นที่สุด โดยช่วงบนของสุสานทำเป็นเนินดินสูงขึ้นไปประมาณ 15 เมตร ชุนชุ่ยถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีเพื่อชีวิตอมตะของเธอ แต่ด้วยเทคนิคเพียงเท่านี้ คงไม่สามารถรักษาสภาพศพเองไว้ได้

The image http://geog.hkbu.edu.hk/GEOG1150/Chinese/China_Aci_Map/ChinaAciMap_pics/Mawangdui_2.jpg cannot be displayed, because it contains errors.The image http://www.happytour.com.cn/en/photos/temporary/hantomb.jpg cannot be displayed, because it contains errors.
ชั้นแต่ละชั้นที่ป้องกันไม่ให้ศพเน่าเปื่อย

ในที่สุดความลับทั้งหมดก็ถูกค้นพบ กระบวนการฝังศพชินชุ่ย คงมีวิธีการอะไรที่แฝงเร้นอยู่ บันทึกโบราณอาจช่วยอธิบายเรื่องนี้ได้ ในข้อความบ่งบอกถึงขั้นตอน การเก็บรักษาศพของผู้เสียชีวิตอย่าละเอียด กล่าวกันว่า หลังจากทำความสะอาดศพแล้ว จะต้องเก็บศพไว้ในที่เย็น และมีการห่อศพด้วยผ้าหลายชั้น จากนั้นเป็นขั้นตอนก่อนนำศพบรรจุลงในโลง ชาวจีนโบราณจะเทน้ำยาสูตรพิเศษลงไป น้ำยาที่ว่านี้ อาจเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยรักษาสภาพศพเอาไว้อย่าวดีเยี่ยม บางคนเชื่อว่านี่คือความลับของมัมมี่จีนอายุ 2,000 ปี

มัมมี่หญิงชาวจีนอย่างชินชุ่ย ยังมีความลับอีกมากที่รอการค้นหาต่อไป

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
แหม่ ชอบ blog นี้เจงๆ
#1  by  ฟิวส์ At 2005-11-08 14:55, 
เป็นวิธีทำมัมมี่ที่ต่างจากแบบอินเดียจริงๆ ทั้งศพยังชื้นๆอยู่ก็สามารถเก็บรักษาไว้ได้ คนจีนคิดได้ไงเนี่ย!?!
น่าเสียดายนะครับที่เราไม่อาจรู้สูตรน้ำยาพิเศษนั่น....แต่ผมคาดว่าจะทำจากยางสนผสมกับของป่าเทือกๆนั่นอ่ะ
เพราะผมเคยได้ยินเรื่อง
"การทำมัมมี่ญ๊ปุ่น" เช่นกัน!
ซึ่งเป็นวิธีของเหล่าพระผุ้ยอมสละร่างกายตัวเองเพื่อให้เป็นที่สักการะบูชา และคอยปกป้องเหล่าคนในอาณัติตลอดไป
โดยการบำเพ็ญตนอย่างสาหัสขณะที่มีชีวิตอยู่ เพื่อให้ตัวเองกลายเป็นมัมมี่ที่สมบูรณ์แบบ
ด้วยการกินแต่ลูกไม้ เปลือกไม้ ต้นสน
เพื่อให้ร่างกายผอมแห้ง และมีสารต่อต้านการเน่าเปื่อยในตัว
ทำเป็นปี จนช่วงสุดท้ายของชีวิต จะยอมเข้าไปอยู่ในกล่อง ที่มีท่ออากาศ ขึ้นไปบนพื้นดิน และฝังไว้ จนกว่าจะตายอยุ่ในนั้น...เมื่อตายก็ทิ้งไว้เป้นเวลาครึ่งปี(หรือเท่าไรเนี่ยล่ะ) แล้วนำศพกลับขึ้นมา และกลายเป็น
มัมมี่ญี่ปุ่น
ที่มีอายุยืนยาวพอๆกับมัมมี่แบบอื่นๆเลย
เคยได้ยินเรื่องนี้ไหมครับเอ่ย^^
(รุ้สึกผมมีความรู้พอจะทำบลอกแบบนี้ได้เหมือนกันนะเนี่ย แต่ผมเลือกเดินทางสายโอตาคุไปแล้ว)
#2  by  chonchonjung At 2005-11-08 17:19, 
เรื่องมัมมี่ญี่ปุ่น เคยได้ยินมาบ้างครับ แต่ จำไม่ได้ว่าได้ยินจากไหน คือจำศีล ปลีกวิเวก อยู่แต่ในป่า กินแต่พืช และสมุนไพร เป็นการฝึกตนอย่างหนึ่ง เมื่อเสียชีวิตไปแล้ว จะไม่เน่า แต่จะแห้งมาก คิดว่าพืชสมุนไพรเหล่านั้น ช่วยไม่ให้แบคทีเรีย เจริญเติบโต สภาพศพจึงแห้งและผอมมาก
#3  by  LEONARDO DAVINCI At 2005-11-08 17:40, 
ผมก็เคยดูเรื่องนี้จากช่องดินคัพเวอรรี่มาแล้วทีครับ

ที่ญี่ปุ่นก็มีพระในศาสนาพุทธลัทธิไรมิทราบ มีวิธีทำให้ตัวเองเป็นมัมมี่เมื่อตายแล้ว ดูแล้วก็โหดๆอ่ะครับ ไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้
big smile open-mounthed smile confused smile surprised smile double wink
#5  by  เล็ก (203.155.122.14) At 2008-03-04 13:49, 
..
#6  by   (118.172.224.132) At 2008-09-30 17:01, 
#7  by  order viagra Text=order viagra online order viagra (84.109.38.71) At 2008-10-20 11:47, 
น่ากลัวembarrassed
#8  by  กดหด (125.27.240.220) At 2009-10-20 17:23, 
สงสัยกินเนื้อมังกรเข้าไป
#9  by  ทอมแฮงค์ (124.122.167.177) At 2009-11-03 01:08, 
ชนาธิป
#10  by   (203.172.213.25) At 2009-11-04 12:13, 

<< Home