วันนี้รู้สึกเหนื่อย ๆ ยังไงก็ไม่รู้ ขับรถทั้งวัน ไปหลายที่ ก็เลยเอาเรื่องเบา ๆ หน่อยละกัน เก็บอยู่ในคอม ฯ และไม่ต้องใช้รูป เพราะทุกคนรู้จักกันดี
10 สิ่งประดิษฐ์ที่ขาดไม่ได้ ดังต่อไปนี้
(10) แถบยึดติด นอกเหนือไปจากเทปยึดติด ( Adhesive Tape ) แล้ว
สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้งานในลักษณะคล้ายกับเทปยึดติด แต่ใช้งานในลักษณะต่างกันตรงที่ประกอบด้วยส่วนเป็นแถบสองหน้า
โดยที่อาจเป็นสองหน้าของวัตถุชิ้นเดียวกัน หรือเป็นสองหน้าของแถบสองชิ้น ที่ต้องใช้ประกบกัน
หน้าหนึ่งมีส่วนคล้ายเป็นตะขอเล็กๆ เต็มหน้า อีกหน้าหนึ่งมีลักษณะหยาบคล้ายเต็มไปด้วยขน
แต่จริงๆ แล้วประกอบด้วยส่วนเป็นห่วงหรือบ่วงเล็กๆ เมื่อจัดแถบสองแถบนี้ประกบกัน ก็จะยึดติดกันคล้ายถูกยึดด้วยกาว
นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางในปัจจุบันกับชุดเสื้อผ้าบางแบบที่ไม่ต้องการใช้กระดุมเสื้อหรือซิป
และสิ่งของเครื่องใช้อื่นๆ ดังเช่น กระเป๋า ถุงบรรจุสิ่งของ ฯลฯ
(9) คลิปหนีบกระดาษ งานเอกสารหลากหลายประเภท จะยุ่งยากแค่ไหน
ในการเก็บให้เป็นระเบียบ ให้ใช้ และค้นหาได้ง่าย ถ้าไม่มีคลิปหนีบกระดาษ ( Paperclip ) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คลิปหนีบกระดาษโลหะขนาดเล็ก
มีลักษณะเป็นเส้นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว มีส่วนเป็นปลายมนสองด้าน ประกบกันอยู่
คลิปหนีบกระดาษ เป็นผลงานการประดิษฐ์คิดค้นของชาวนอร์เวย์ชื่อ โจฮาน วาเลอร์ (
Johan Vaaler ) แต่เนื่องจากประเทศนอร์เวย์ไม่มีระบบการจดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์
โจฮาน วาเลอร์ จึงขอจดสิทธิบัตรในประเทศเยอรมนี เมื่อปี ค.ศ. 1899 ชาวนอร์เวย์ภูมิใจในสิ่งประดิษฐ์ของคนนอร์เวย์นี้มาก จนกระทั่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
ชาวนอร์เวย์จะติดคลิปหนีบกระดาษเป็นสัญลักษณ์แสดงความรักชาติ
(8) ทัปเปอร์แวร์ มีบ้านเรือนใดบ้างในโลก
ที่ไม่มีภาชนะพลาสติกบรรจุ หรือเก็บวัสดุนานาชนิด รูปร่างทั้งธรรมดา และแปลก
มีสีสันและสวยงาม ที่รู้จักเรียกกันว่า " ทัปเปอร์แวร์ " ( Tupperware ) ทัปเปอร์แวร์เป็นสิ่งประดิษฐ์คิดค้นค่อนข้างใหม่
เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1942 จากนักเคมีของบริษัทดูปองต์ ชื่อ เอิร์ล
ทัปเปอร์ ( Earl Tupper ) ผู้นำเอาพลาสติกชนิดใหม่ของบริษัท
คือ โพลีเอทีลีน แล้วนำมาผลิตเป็นภาชนะบรรจุหลากสีมีรูปร่างลักษณะแล้วแต่จะออกแบบให้เหมาะกับวัตถุประสงค์
และความสวยงามชื่อของทัปเปอร์แวร์ก็มาจากชื่อของทัปเปอร์เองมีผู้ผลิตอื่นๆ ผลิตภาชนะบรรจุแบบเดียวกับทัปเปอร์แวร์ขึ้นมา
และใช้ชื่ออื่น แต่ปรากฏว่าชื่อ ทัปเปอร์แวร์ เป็นชื่อที่ติดตลาด สำหรับภาชนะพลาสติกชนิดนี้เสียแล้ว
ถึงทุกวันนี้
(7) ปากกาลูกลื่น "จะเขียนหนังสือให้สวย
ต้องใช้ปากกาหมึกซึม แต่ถ้าจะเขียนหนังสือให้ได้เร็ว ก็ต้องใช้ปากกาลูกลื่น "
ข้อความนี้เป็นจริงเมื่อปากกาลูกลื่นเริ่มจะถูกนำออกเผยแพร่ให้ใช้กันอย่างแพร่หลาย
แต่มายุคสมัยนี้ยกเว้นคนที่ต้องใช้ปากกาพิเศษ สำหรับวาระพิเศษ เช่น
ใช้ลงนามในสัญญา หรือ สนธิสัญญาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษเท่านั้น คนทั่วๆ
ไปก็แทบจะไม่รู้จักปากกาหมึกซึมกันแล้ว เพราะได้รู้จัก
และใช้ปากกาลูกลื่นมาเกือบตลอดชั่วชีวิตปากกาลูกลื่นเป็นผลงานการประดิษฐ์ของ จอห์น
เลาด์ ( John Loud ) ชาวอเมริกัน ในปี ค.ศ. 1888 แต่มิใช่เพื่อการเขียนหนังสือ หากเพื่อใช้ทำเครื่องหมายบนแผ่นหนังเพื่อลงสี
ปากกาลูกลื่นได้รับการพัฒนาเรื่อยมา
แต่ก็ไม่เป็นที่นิยมใช้ ปัญหาคือ ปากกาลูกลื่นเหล่านั้น ยังเขียนได้ไม่สม่ำเสมอ
หมึกรั่วซึม และติดขัดเป็นประจำ ปากกาลูกลื่นที่ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ คือ
หมึกแห้งเร็ว และไหลสะดวก เป็นผลงานการพัฒนา และจดสิทธิบัตรเอาไว้ในปี ค.ศ. 1938 ของสองพี่น้องชาวฮังการี ชื่อ ลาซโล
บิโร ( Lazlo Riro ) และ จอร์ช บิโร (
Georer Biro ) ปากกาลูกลื่นเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย
ในชื่อของปากกาบิก ( Bic ) ซึ่งเป็นผลงานการปรับปรุงโดย
ชาวฝรั่งเศส มาร์เซล บิช ( Marcel Bich ) ข้อเด่นที่สุดของปากกาบิก
คือ ราคาถูก
(6) ซิป ซิป ( Zipper
) เป็นสิ่งประดิษฐ์อีกชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์อย่างอเนกประสงค์ และใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกในปัจจุบัน
นักประดิษฐ์ชาวชิคาโกชื่อ วิทคอมบ์ จัดสัน ( Whitcom Judson ) เป็นผู้ประดิษฐ์ซิปชนิดแรกขึ้นมา และนำออกเผยแพร่เป็นครั้งแรกที่
Chicago Worlds Fair ปี ค.ศ. 1893 แต่ไม่ได้รับการต้อนรับจากผู้คนนัก
คือ ขายได้น้อย เพราะซิปติดง่าย ทำงานไม่คล่องตัว สองทศวรรษต่อมา กิเดียน
ซุนด์แบกด์ ( Gideon Sundback ) วิศวกรชาวสวีเดน -
อเมริกัน ได้ปรับปรุงซิปให้ใช้งานได้ดีขึ้น ทำให้ซิปได้รับความนิยมกว้างขวางขึ้น
สำหรับชื่อ " Zipper " เป็นชื่อที่ตั้งโดย บี.เอฟ.
กูดริช ( B.F. Goodrich ) ในปี ค.ศ. 1923 เป็นชื่อตั้งเลียนเสียงการเคลื่อนไหวขณะที่ซิปถูกรูดให้ทำงานเปิดหรือปิดซิป
(5) หลอดไฟฟ้า โลกปัจจุบันจะเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีหลอดไฟฟ้า โทมัส
แอลวา เอดิสัน ( Thomas Alva Edison
) มิใช่คนแรกที่ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า
แต่เขาเป็นคนสร้างหลอดไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริงๆขึ้นมาสำเร็จ หลังการทดลองหาวัสดุที่จะใช้ทำไส้หลอดไฟฟ้าให้คงทนอยู่นานประมาณ
1,600 ชนิด เขาก็ประสบความสำเร็จในปี ค.ศ. 1879 เมื่อเขาทดลองใช้เส้นด้ายเย็บผ้าที่เผาอย่างระมัดระวังในเตาอบ
จนกระทั่งมีสภาพเป็นเส้นคาร์บอน และหลอดไฟฟ้าใช้เส้นด้ายเผาของเขาก็ให้แสงสว่างอยู่ได้นานถึงสี่สิบชั่วโมง
ในวันที่ 21 เดือนตุลาคม ค.ศ. 1879 หลอดไฟฟ้าปัจจุบันใช้ไส้ทังสเตน
(4) เทปยึดติด เทปยึดติด ( Adhesive Tape ) หรือเทปเหนียว หรือที่มักเรียกกันเป็น สก๊อตเทป
เป็นวัสดุที่เสมือนหนึ่ง ยึดอะไรต่ออะไรให้เข้าที่เข้าทางทั่วทุกหนแห่ง ทั้งสิ่งของเครื่องใช้และเรื่องของสุขภาพ
เทปยึดติดเป็นผลงานการประดิษฐ์คิดค้นเมื่อต้นทศวรรษปี 1920 โดย
ดิกค์ ดรูว์ ( Dick Drew ) แห่งบริษัท 3 M
(3) นาฬิกาควอร์ตซ ควอร์ตซ
เป็นแร่ธาตุชนิดหนึ่งที่หาง่ายในธรรมชาติ มีสภาพเป็นผลึกสารประกอบของซิลิกอน และออกซิเจน
เรียกผลึกซิลิกา หรือซิลิกอนออกไซด์ เมื่อต้นทศวรรษ ปี 1920 ดับบลิว จี. แคดี (
W. G. Cady ) พบว่า ผลึกควอร์ตซ จะสั่นอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน วอร์เรน มาร์ริสัน ( Warren Marison ) แห่งเบลล์เทเลโฟน เป็นคนนำผลึกควอร์ตซ มาสร้างเป็นนาฬิกาข้อมือควอร์ตซเรือนแรกที่รักษาเวลาได้อย่างแม่นยำ
ในปี ค.ศ. 1967 หลังจากนั้น
นาฬิกาควอร์ตซก็เข้าแทนที่นาฬิกาใช้ลานเป็นกลไกการรักษาเวลามาถึงทุกวันนี้
(2) แบตเตอรี่แอลคาไลน์ แบตเตอรี่ชนิดก้อนที่ใช้กันมากที่สุดในปัจจุบัน
เป็นชนิดแบตเตอรี่แอลคาไลน์ (Alkaline
Battery) เพราtใช้งานได้นานที่สุด และสะดวก อีกทั้งราคาไม่แพงนัก
ใช้ได้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่าง และเสียง ดังเช่น
เครื่องรับวิทยุขนาดเล็ก และอุปกรณ์เครื่องใช้อื่นๆ ที่ใช้ไฟฟ้าไม่มาก เฉพาในสหรัฐอเมริกาประเทศเดียว
ทุกวันนี้ คนอเมริกันใช้เงินปีละ 1.3 พันล้านดอลลาร์ ซื้อแบตเตอรี่ชนิดแอลคาไลน์แบตเตอรี่ชนิดแห้งที่ใช้สำหรับงานทั่วไปชนิดแรก
เริ่มปรากฏมีขึ้นในปลายศตวรรษที่ 19 ต่อมาอีกไม่กี่ทศวรรษ
แบตเตอรี่ชนิดคาร์บอน - สังกะสี ก็ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาใช้ และเป็นที่นิยมแพร่หลาย
จนกระทั่งถึงปี ค.ศ. 1959 ลูว์ เออร์รี ( Lew Urry ) แห่งบริษัทยักษ์ใหญ่ของวงการแบตเตอรี่เป็นก้อน ก็พัฒนาแบตเตอรี่แบบแอลคาไลน์ขึ้นมาสำเร็จ
และทำให้ชีวิตของคนทั่วโลก สะดวก สบาย และมีความสุขกันมากขึ้น
(1) เลนส์แว่นตา แว่นสายตาช่วยคนสายตาสั้น - สายตายาว -
สายตาเอียง สำคัญแค่ไหน ก็ลองนึกภาพดูก็แล้วกันว่า
ถ้าเกิดแว่นสายตาที่มีอยู่ในโลกปัจจุบันทั้งหมด สลายตัวหายไปหมดพร้อมๆ กัน
ด้วยอำนาจพลังพิเศษใดๆ ก็ตาม แล้วคนทั้งโลกจะเป็นอย่างไรใครเป็นผู้ประดิษฐ์แว่นสายตาขึ้นมา ? มีหลักฐานบันทึกไว้ว่า โรเจอร์
เบคอน ( Roger Bacon ) นักวิทยาศาสตร์ และพระชาวอังกฤษ
ได้กล่าวในปี ค.ศ. 1268 ถึงประโยชน์ของการใช้เลนส์สร้างจากแก้วใสเป็นแว่นขยายส่องตัวหนังสือเล็กๆ
บนหน้ากระดาษให้คนมีปัญหาทางสายตาอ่านได้ แต่การประดิษฐ์แว่นสายตาน่าจะได้เกิดขึ้นมาก่อนแล้วในประเทศจีน
เพราะมาร์โค โปโล ( Marco Polo ) ได้รายงานในปี ค.ศ. 1275
ว่า
ได้เห็นคนจีนในประเทศจีนใช้แว่นขยายทำด้วยเลนส์ช่วยการอ่านหนังสือ โดยที่แว่นขยายนั้น
มีสายห้อยแขวนติดกับหูแว่นสายตาประเภทไบโฟคอล ( Bifocal ) สำหรับการมองไกล
และใกล้ ถูกประดิษฐ์ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1784 สำหรับเบนจามิน
แฟรงคลิน และคอนแทคเลนส์ถูกประดิษฐ์ขึ้นในปี ค.ศ. 1887